มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก

มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก

สรุปข่าว

RSV (Respiratory Syncytial Virus) คืออะไร?

RSV เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ขึ้นมา เบื้องต้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมาได้ เช่น มีอาการหายใจลำบาก จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ มักจะพบการติดเชื้อไวรัส RSV มากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และในกลุ่มเด็กอายุ 3-5 ปี หรือวัยอนุบาล 

มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก

รศ. พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ  หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โดยปกติแล้วเราจะมองว่า RSV เป็นโรคของเด็ก แต่จริงๆ แล้วสามารถติดได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจนกระทั่งผู้สูงอายุ แต่ว่าส่วนใหญ่จะติดตั้งแต่เด็กๆ  ในเด็กอายุ 1 ขวบ 70 % เด็กจะติดเชื้อไปแล้ว รวมถึงในเด็กอายุ 2 ขวบ 90 % เด็กจะติดเชื้อไปแล้วเช่นกัน ดังนั้นเชื้อมักจะมีความรุนแรงเมื่อติดเป็นครั้งแรก และสามารถเป็นซ้ำได้

 

RSV ไข้หวัด และโควิด มีอาการต่างกันอย่างไร เชื้อทั้งสามชนิดนี้แยกกันไม่ออก เพราะอาการส่วนใหญ่จะคล้ายกัน คือ มีไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ เพราะฉะนั้นในแง่ของระบาดวิทยามีความสำคัญต่อแพทย์มากว่า ฤดูกาลนั้นๆ เป็นช่วงที่มีการระบาดของไวรัสหรือเชื้อชนิดใด แม้ RSV จะระบาดได้ทั้งปีแต่จะมีช่วงที่ระบาดเยอะคือในช่วงปลายฝนต้นหนาว

มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก

ส่วนมากคนที่เป็น RSV จะมีอาการเหมือนเป็นไข้ธรรมดา คือ มีไข้ เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก แต่ประมาณ 20-30 % ของเด็กที่ติด RSV เป็นครั้งแรก เชื้ออาจจะมีความรุนแรง ลงไปยังทางเดินหายใจส่วนล่างทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบและ ปอดอักเสบ เด็กจะมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด บางรายอาจมีความรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลเข้าไอซียูเด็ก (PICU) มีความอันตรายจนเสียชีวิตได้ และในเด็กเล็กๆ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด อาการจะไม่จำเพาะ จะกลายเป็นว่าเหมือนเด็กดูซึมไม่ยอมทานอาหารหรือแม้แต่หยุดหายใจไปเลยก็มี


อาการรุนแรงแค่ไหนถึงต้องไปพบแพทย์ อาการของ RSV ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ว่าถ้าเด็กคนนั้นไม่สบายมีไข้สูง มีอาการหายใจหอบเหนื่อย เชื้ออาจจะเริ่มลงหลอดลม หรือว่าลงปอดแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จาก จะได้ยินลูกหายใจเสียงดังวี๊ด  หรือว่าลูกรับประทานอาหารไม่ได้ ดูซึม ซึ่งถ้าเวลาเด็กไม่สบายไม่ยอมทานอาหาร จะทำให้เด็กขาดน้ำ แบบนี้ต้องรีบพามาโรงพยาบาล

มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก สำหรับเด็กที่ติดเชื้อในทางเดินหายใจแล้วมีเสมหะเหนียวข้น ส่วนหนึ่งเพราะว่าดื่มน้ำไม่ได้ ทำให้เสมหะยิ่งเหนียวข้น และในเวลาที่เด็กหอบเหนื่อย บางครั้งจะสูญเสียน้ำจากการหายใจ ดังนั้นการที่ให้เด็กได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับเด็กที่ติดเชื้อในทางเดินหายใจต้องให้เด็กดื่มน้ำเยอะๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นน้ำอุ่นได้จะยิ่งดี จะช่วยให้เสมหะออกได้ง่ายไม่ขึ้นไปอุดตันหลอดลม แต่ถ้าเด็กดื่มน้ำได้ไม่เพียงพอจะต้องพาไปโรงพยาบาลและแพทย์จะพิจารณาให้สารน้ำ เช่น น้ำเกลือแทน

 

RSV ต้องรักษาตามอาการ ปัจจุบัน RSV ยังไม่มียารักษา ต้องรักษาตามอาการ ไม่มียาต้านไวรัสนั้นคือเหตุผลหนึ่งว่าทำไม RSV ถึงน่ากลัวมาก สิ่งหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ RSV เป็นเชื้อไวรัส ไม่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะยาปฏิชีวนะมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไม่ควรซื้อยากินเองยกเว้นแต่แพทย์จะพิจารณาเองว่ามีความจำเป็นจะต้องได้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะหรือไม่ นอกนั้นจะเป็นการรักษาตามอาการ หากเด็กมีไข้สูง บางครั้งสูงจนช็อกได้เลย ก็กินยาลดไข้ และถ้ามีน้ำมูก ไม่แนะนำให้กินยาลดน้ำมูก เพราะจะทำให้เสมหะแห้งเหนียวไปด้วย แนะนำให้ใช้เป็นน้ำเกลือยอดจมูกกับน้ำเกลือสเปรย์พ่นจมูก หรือการล้างจมูก และให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอ เด็กก็จะมีอาการดีขึ้น จะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าจะหาย


การป้องกัน RSV  ถึงแม้ส่วนใหญ่เมื่อเป็น RSV แล้วอาการจะไม่รุนแรง แต่รู้หรือไม่ว่า RSV เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของปอดอักเสบในเด็กทั่วโลก ดังนั้นเรื่องของการเสริมภูมิคุ้มกันจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยในสหรัฐอเมริกา ได้อนุมัติการใช้วัคซีนเรียบร้อยแล้ว การใช้วัคซีนจะมี 2 แบบ คือ การฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV ปรากฎว่าในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดได้รับการฉีดวัคซีนเข้าไปแล้วไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้

 

ดังนั้นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนี้ จึงได้นำไปฉีดให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่สาม ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 32 ถึง 36 สัปดาห์ แล้วคุณแม่ก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาและภูมิคุ้มกันนี้จะส่งผ่านรกไปปกป้องเด็กในช่วง 6 เดือนแรก

 

นอกจากวัคซีนแล้วในปัจจุบันนี้ยังมีแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ซึ่งจริงๆ แล้วแอนติบอดีของ RSV มีใช้มากว่า 25 ปีแล้ว เป็นมาตรการแรกที่ใช้ในต่างประเทศ สามารถปกป้องและช่วยชีวิตเด็กๆ ได้เป็นอย่างมากโดยจะฉีดเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงในฤดูกาลที่ RSV ระบาด โดยเด็กกลุ่มเสี่ยงหลักๆ มี 3 กลุ่ม ประกอบด้วย เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคปอดอักเสบ และเด็กที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปนี้ เป็นความหวังที่น่าจะได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยเร็วๆ นี้

มีลูกเล็กต้องระวังไวรัส RSV สาเหตุใหญ่ของปอดอักเสบในเด็กเล็ก

อาการปอดอักเสบเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของเด็กเล็ก ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดและมีข้อมูลสนับสนุนพบว่าการให้นมแม่นั้นสามารถช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยภูมิคุ้มกันจะส่งจากนมแม่ไปยังลูก แม้เราจะทราบกันดีว่าการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจจะมาจากการไอจาม แต่การติดเชื้อของ RSV หลักๆ มาจากการสัมผัส ไม่ว่าจะไปสัมผัสโดนเชื้อที่อยู่ในน้ำลายของคนที่มีเชื้อโดยตรงหรือโดยทางอ้อม การล้างมือบ่อยๆ ไม่ให้ลูกใช้ของร่วมกับผู้อื่น เด็กที่ป่วย RSV ไม่ควรไปโรงเรียน ไม่พาลูกไปยังแหล่งชุมชนที่มีคนเยอะๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตรการเพื่อช่วยป้องกันการติดต่อของ RSV ได้


เครดิตภาพ จาก GettyImages

ที่มาบทความ: บทสัมภาษณ์ รศ. พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ  หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รายการ TNN Health

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

ปอดอักเสบ
เชื้อไวรัส rsv
respiratory syncytial virus
ไข้หวัดโควิด
เด็กเล็ก