

สรุปข่าว
อาการท้องเสีย หรือโรคอุจจาระร่วง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกช่วงวัย และสามารถหายได้เองภายใน 6 วัน แต่ภาวะท้องเสียไม่ควรเกิดบ่อยและติดต่อกันเกินไป เพราะการท้องเสียบ่อยๆ ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย และยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายต่างๆ อีกด้วย
ท้องเสีย มีกี่ประเภท?
ภาวะท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทหลักๆ ตามระยะเวลาและอาการ ดังนี้
1. ท้องเสียแบบเฉียบพลัน (Acute diarrhea)
การท้องเสียแบบเฉียบพลัน เป็นอาการท้องเสียทั่วไปที่เราพบได้บ่อยที่สุด จะมีอาการอยู่ที่ประมาณ 1-3 วัน อาจยาวนานถึง 1/2 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาการสามารถทุเลาลงและค่อย ๆ หายได้เอง สำหรับสาเหตุหลักของการท้องเสียประเภทนี้ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียของลำไส้หรือระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการทานอาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษปนเปื้อนเข้าไปในร่างกาย ส่งผลกระทบต่อการดูดซึมเกลือแร่และน้ำในลำไส้เล็กประสิทธิภาพลดลง เป็นต้น
2. ท้องเสียแบบเรื้อรัง (Chronic diarrhea)
ท้องเสียชนิดเรื้อรังเป็นอาการท้องเสียแบบต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ขึ้นไป หรืออาจเป็นๆหายๆ ต่อเนื่องเรื้อรังเป็นระยะเวลายาวนาน สาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อในลำไส้ในกลุ่มเชื้อชนิดโตช้า รวมไปถึงอาจเป็นอาการข้างเคียงจากโรคต่างๆ เช่น วัณโรค ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือมะเร็งตับอ่อน เนื้องอกหรือมะเร็งบางชนิด เป็นต้น
สัญญาณเตือน "ท้องเสีย" แบบไหนอันตราย?
อาการท้องเสียทั่วไป จะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ใน 1-2 วัน และอาจหายสนิทได้เองภายใน 6 วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที คือ
1. มีอาการท้องเสียต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป โดยอาการไม่ดีขึ้น
2. มีภาวะร่างกายขาด เช่น ปากแห้ง หรือ ไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป
3. มีอาการเวียนศึรษะ หน้ามืดขณะลุกหรือเปลี่ยนท่า
4. มีอาการปวดท้อง บริเวณท้องด้านล่าง หรือบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรง
5. อุจจาระที่เกิดจากการท้องเสียมีลักษณะสีดำ หรือมีเลือดปนมาด้วย
6. มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการท้องเสีย
ซึ่งหากคุณกำลังมีอาการเหล่านี้ร่วมกับภาวะท้องเสีย ควรรีบพบแพทย์ เพราะร่างกายอาจเกิดภาวะขาดน้ำ หรืออาการแทรกซ้อนต่างๆ และอาจอันตรายถึงชีวิตได้
ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลไทยนครินทร์,โรงพยาบาลเมดพาร์ค
ที่มาภาพ : freepik/jcomp
ที่มาข้อมูล : -