เจ็บคอเรื้อรังอย่ามองข้าม เป็นสัญญาณบอกโรค

เจ็บคอเรื้อรังอย่ามองข้าม เป็นสัญญาณบอกโรค

สรุปข่าว

โดยทั่วไปอาการเจ็บคอจะค่อยๆ บรรเทาลงใน 3-5 วัน แต่หากมีอาการเจ็บคอเรื้อรังอาจมีสาเหตุมาจากโรคต่างๆ ดังนี้


1. โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ เมื่อเยื่อบุจมูกสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ทำให้เยื่อจมูกบวม คัดจมูกเรื้อรังต้องอ้าปากหายใจ น้ำมูกไหลลงคอ ระคายคอตลอดเวลา ทำให้มีอาการเจ็บคอเรื้อรังได้


2. โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง ทำให้เยื่อบุจมูกบวม คัดจมูกทำให้ต้องหายใจทางปาก นอกจากนี้สารคัดหลั่งจากไซนัสและจมูกอักเสบไหลลงคอทำให้เกิดการระคายเคืองของผนังคอ ทำให้มีอาการเจ็บคอเรื้อรังได้


3. การติดเชื้อของลำคอและต่อมทอมซิลเรื้อรัง อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีแหล่งเชื้อโรคในช่องปาก เช่น ฟันผุ โรคเหงือก นอกจากนี้การติดเชื้อราบางชนิด เชื้อวัณโรค เชื้อโรคเรื้อน หรือเชื้อซิฟิลิส ก็เป็นสาเหตุทำให้เจ็บคอเรื้อรังได้ แต่การติดเชื้อดังกล่าวพบได้น้อย


4. โรคผนังช่อคอ และสายเสียงอักเสบเรื้อรัง เกิดจากการระคายเคืองที่สัมผัสกับฝุ่น ควันบุหรี่ อาหารรสจัด หรือการใช้เสียงผิดวิธีทำให้เกิดการกระแทกของสายเสียง และใช้กล้ามเนื้อผนังคอมากเกินไป


5. โรคกรดไหลย้อน เกิดจากกรดไหลย้อนขึ้นมาที่ผนังคอทำให้เยื่อบุและกล้ามเนื้อผนังคออักเสบ ทำมีอาการเจ็บคอเป็นๆ หายๆ และอาจมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก มีเสมหะในลำคอ ระคายเคืองคอร่วมด้วย


6. โรคเนื้องอกของคอและกล่องเสียง เนื้องอกจะไปกดเบียดเส้นประสาททำให้มีอาการเจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก น้ำหนักลด และอาจมีเสมหะปนเลือด หรือปวดร้าวไปที่หูได้


📍เจ็บคอแค่ไหน เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์


- เจ็บคอติดต่อต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์


- เจ็บคอบ่อยๆ กินยาแก้อักเสบแล้วไม่หาย


- เจ็บคอพร้อมมีไข้ติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์


- เจ็บคอจนเริ่มหายใจลำบาก


- เจ็บคอจนกลืนลำบาก แม้แต่กลืนน้ำลายก็เจ็บ


- เจ็บคอพร้อมมีเลือดปนในน้ำลายหรือเสมหะ


- เจ็บคอพร้อมเสียงแหบเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์


- เจ็บคอพร้อมกับมีอาการบวมที่คอและใบหน้า


📍วิธีป้องกันและรักษาอาการเจ็บคอเรื้อรัง


วิธีรักษาอาการเจ็บคอเรื้อรังจะรักษาตามสาเหตุ และปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสม เช่น รับประทานอาหารอ่อนๆ หลีกเลี้ยงอาหารรสเผ็ดหรือรสจัด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้เสียงชั่วคราว หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น แปรงฟัน กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลืออุ่นๆ หรือน้ำเปล่าหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ 


นอกจากนี้วิธีป้องกันอาการเจ็บคอที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเจ็บคอโดยปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ


- ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หลังจามหรือไอ


- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูก หรือปาก


- หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของและภาชนะร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า


- ใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากเวลาไอหรือจามแล้วทิ้งลงถังขยะ และล้างมือให้เรียบร้อย


- ใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือแทนการล้างมือเมื่อไม่มีน้ำและสบู่


- หมั่นทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ โทรศัพท์ ลูกปิดประตู สวิตช์ไฟ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เป็นต้น


 

ขอบคุณข้อมูล: www.trueplookpanya.com



.

ติดตาม TNN Health ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่  

Website : https://www.tnnthailand.com/news/health/

Facebook : https://bit.ly/TNNHealthFacebook

Youtube : https://bit.ly/TNNHealthYoutube

TikTok : https://bit.ly/TNNHealthTikTok

Line @TNNHEALTH : https://lin.ee/MNckVHq

หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/TNNHealthFacebook

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

เจ็บคอ
เจ็บคอเรื้อรัง
บรรเทาอาการเจ็บคอ
เจ็บคอเรื้อรังสัญญาณบอกโรค
ไซนัสอักเสบ
กรดไหลย้อน
ใส่ใจสุขภาพ
ดูแลสุขภาพสุขภาพดีtnnhealth