
ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับพื้นที่ของประเทศไทยเป็นครั้งแรกของปี เริ่มจากทางใต้สุดที่ อ.เบตง จ. ยะลา ในวันที่ 4 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 12:19 น. จากนั้นดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย ไล่ลำดับขึ้นไปทางเหนือเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดที่ อ. แม่สาย จ. เชียงราย ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 12:17 น. หากเราสังเกตวัตถุกลางแดดในช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากตามเวลาของแต่ละพื้นที่ จะเห็นวัตถุเสมือนไร้เงา เนื่องจากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดี

สรุปข่าว
แม้ในวันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบตรง ๆ ทำให้พลังงานความร้อนสะสมมากขึ้น แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณฝน เมฆ อิทธิพลจากมรสุม ความร้อนสะสม ฯลฯ ที่อาจส่งผลต่ออุณหภูมิ ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุดของปี เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ส่งผลให้ในหนึ่งปี ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะ หรือตั้งฉากกับพื้นที่ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม และครั้งที่ 2 ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ทั้งนี้ วันและเวลาของการเกิดปรากฏการณ์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผู้สังเกตบนโลก ส่งผลให้แต่ละจังหวัดของประเทศไทยจะมีวัน และเวลาการเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉากที่แตกต่างกัน
โดยปี 2568 จะเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตั้งฉากทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 4 เมษายน 2568 เริ่มจากใต้สุด ณ อ. เบตง จ. ยะลา และสิ้นสุดในวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ณ อ. แม่สาย จ. เชียงราย ในช่วงที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก วัตถุที่อยู่กลางแจ้งจะดู “เสมือนไร้เงา” เนื่องจากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดี
ที่มาข้อมูล : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)
ที่มารูปภาพ : Envato

วาสนา ชูติสินธุ