กรมอุตุนิยมวิทยาเผยว่า ฤดูร้อนปีนี้ประเทศไทยเผชิญอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าปกติ 1.0-1.5 องศาเซลเซียส และสูงกว่าช่วงฤดูร้อนปี 2566 โดยคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ภาคเหนือและอีสานที่ระดับ 41-43 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็นภาคกลางและตะวันออกที่ระดับ 40-42 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ 37-39 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะอยู่ที่ระดับ 38-39 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิในครั้งนี้ประเทศไทยตอนบนอยู่ในเกณฑ์อากาศร้อนจัด
สรุปข่าว
โดยช่วงเวลาที่อุณหภูมิสูงที่สุด คือ ช่วงเวลาบ่าย เวลาประมาณ 14.00 – 16.00 น. และช่วงเวลาที่อุณหภูมิต่ำที่สุด คือ ช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เวลาประมาณ 05.00 – 06.00 น.

เพราะช่วงเวลาประมาณ 14.00 – 16.00 น. จะร้อนที่สุดเป็นเพราะพื้นโลกได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ในตอนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น พื้นโลกจะดูดซับพลังงานความร้อนนั้นไว้จนกระทั่งมีการดูดซับพลังงานความร้อนไว้มากที่สุดคือช่วงบ่ายนั้นเอง จึงทำให้อุณหภูมิอากาศในช่วงเวลานั้นมีอุณหภูมิสูงที่สุดในรอบวัน
ส่วนช่วงเวลาประมาณ 05.00 – 06.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิต่ำสุด เนื่องจากเมื่อดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว พื้นโลกไม่ได้รับพลังงานความร้อนอีกและพื้นที่นั้น ๆ จะคายพลังงานความร้อนที่ดูดซับไว้ออกมา จนกระทั่งมีอุณหภูมิต่ำลงในเวลากลางคืนจนถึงช่วงเช้ามืดที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุด และเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น พื้นโลกก็จะดูดซับพลังงานความร้อนใหม่อีกครั้ง
ฤดูร้อนนี้ ก็ต้องดูแลสุขภาพกันให้ดี หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานๆ ในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน ป้องกันการป่วยลมแดด
ที่มาข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา
ที่มารูปภาพ : TNN EARTH

สุนิดา สวัสดิพรพัลลภ