น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายหนัก กระทบเพนกวินนับหมื่นตัว

น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายหนัก กระทบเพนกวินนับหมื่นตัว

สรุปข่าว

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Biology เปิดเผยผลการศึกษาที่น่ากังวลว่า พืชและสัตว์ถึง 65% ในแอนตาร์กติกา อาจตายหมดภายในสิ้นศตวรรษนี้ หากทั่วโลกยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ปี 2022 พื้นที่น้ำแข็งในมหาสมุทรใต้ ซึ่งเป็นผืนน้ำที่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา ลดลงต่ำกว่า 2 ล้านตารางกิโลเมตรเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี การละลายของแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาอาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นหลายเมตร มีการคาดการณ์ว่า ระดับน้ำทะเลทั่วโลกอาจสูงขึ้นประมาณ 1-3 เมตรภายในปี 2300 และ 2-5 เมตรภายในปี 2500 งานวิจัยล่าสุดของหน่วยสำรวจแอนตาร์กติกาของอังกฤษระบุว่า ลูกเพนกวินจักรพรรดิในภูมิภาคแอนตาร์กติกาไม่สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ เนื่องจากแผ่นน้ำแข็งละลายและแยกตัวในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2022 นักวิทยาศาสตร์ดูภาพจากดาวเทียมที่แสดงให้เห็นแผ่นน้ำแข็งในทะเลละลายอย่างรวดเร็ว ในแหล่งเพาะพันธุ์ 5 แห่งในทะเลเบลลิงส์เฮาเซินตอนกลางและตะวันออก ซึ่งพบน้ำแข็งละลายไปก่อนที่ลูกเพนกวินจะโตพอที่จะมีขนที่กันน้ำได้ พวกเพนกวินจักรพรรดิต้องพึ่งพาแผ่นน้ำแข็งในทะเลที่แข็งแรงที่เชื่อมต่อกับชายฝั่งเกือบทั้งปี ในเดือนสิงหาคม ปี 2023 ซึ่งเป็นฤดูหนาวของแอนตาร์กติกาและควรมีน้ำแข็งมากที่สุด กลับมีปริมาณแผ่นน้ำแข็งน้อยสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่าอาจส่งผลให้ลูกเพนกวินจักรพรรดิ จมน้ำหรือหนาวตายในทะเลจำนวนมาก คาดว่าอาจถึง 10,000 ตัว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ว่า เพนกวินจักรพรรดิมากกว่า 90% จะสูญพันธุ์ในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 21 นี้ เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ทะเลน้ำแข็งตามฤดูกาลของทวีปแอนตาร์กติกา มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ความสูญเสียครั้งนี้เป็นสัญญาณของหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์กันเอาไว้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกค่อนข้างชัดเจนแล้ว ถ้าไม่ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การละลายของน้ำแข็งจะยิ่งรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :