

สรุปข่าว
หลังจากผ่านช่วงการปาฐกถาพิเศษของท่านธนากร เสรีบุรี นายกสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และรองประธานอาวุโสเครอเจริญโภคภัณฑ์ ก็เป็นช่วงเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในยุคหลังวิกฤติไต้หวัน” โดยมีวิทยากรรับเชิญที่มีความรู้และประสบการณ์เชิงลึกมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองความคิดเห็นกัน
ไล่ตั้งแต่ท่านวิบูลย์ คูสกุล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ท่านประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล ที่ปรึกษาหอการค้าไทยในจีน และที่ปรึกษาอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และท่านชเล วุทธานันท์ กรรมการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน และกรรมการบริษัท เท็กไทล์แกลลอรี่ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “พาสซาญ่า” โดยมีคุณศิริวรรณ นพรัตน์ พิธีกรชื่อดัง ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
วิทยากรเห็นว่า สาเหตุสำคัญของความขัดแย้งมาจากการที่จีน สหรัฐฯ และไต้หวันมีจุดยืนที่แตกต่างกันในหลักการ “จีนเดียว” ที่ให้ไว้กับองค์การสหประชาชาติเมื่อราว 50 ปีก่อน
ภาพจาก AFP
ขณะเดียวกัน ไต้หวันได้กลายเป็นหนึ่งในเบี้ยของการดำเนินนโยบาย “สงครามตัวแทน” ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสหรัฐฯ ออกกฎหมายเพื่อเชื่อมโยงกับไต้หวันมาอย่างต่อเนื่อง และดูจะหนักข้อมากขึ้นท่ามกลางการเติบใหญ่ของเศรษฐกิจจีนในเวทีโลก
การเดินทางเยือนไต้หวันของแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2022 โดยไม่สนคำเตือนของฝ่ายบริหารและความมั่งคงของสหรัฐฯ และคำคัดค้านของรัฐบาลจีน สะท้อนว่า สหรัฐฯ มองข้าม “ประวัติศาสตร์” และไม่ยอมรับใน “ความแตกต่าง” ของสภาพปัจจัยแวดล้อมที่แต่ละประเทศมีอยู่ จึงนำไปสู่ควันหลงตามมามากมาย
การเมืองภายในของสหรัฐฯ ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น การวางจุดยืน “ขวาจัด” ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน ซึ่งปลุกกระแส “รังเกียจเอเชีย” ในสหรัฐฯ ก็กดดันให้พรรคเดโมแครตต้อง “ขยับหมาก” เพราะมีแนวโน้มสูงที่ทรัมป์จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีในสมัยหน้า
ภาพจาก AFP
สหรัฐฯ ยังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในปลายปีนี้ ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ต้องการมองหา “จุดขาย” ใหม่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยปัญหารอบด้าน หากพรรคเดโมแครตเสียฐานผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็จะทำให้การบริหารงานของโจ ไบเดน เต็มไปด้วยความท้าทายยิ่งขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสมัยหน้าได้
ในทางกลับกัน ท่านสี จิ้งผิง ผู้นำจีน ก็แปลง “วิกฤติ” ในครั้งนี้ให้เป็น “โอกาส” ทางการเมือง ซึ่งสร้างคะแนนนิยมต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนและตัวผู้นำจีนเป็นอย่างมาก โดยปลุกกระแส “ความรักชาติ”ในหมู่คนจีน ผ่านการ”ซ้อมรบ” รอบเกาะไต้หวันครั้งใหญ่ และการแสดง “จุดยืน” ของจีนต่อไต้หวันที่ชัดเจนยิ่ง รวมทั้งการยกเลิก 8 เวทีความร่วมมือกับสหรัฐฯ
เหตุการณ์การเยือนไต้หวันของเพโลซี จึงทำให้ประชาชนจีนตระหนักยิ่งขึ้นถึงการมีผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ที่มีวาระรับรองการต่อเทอม 3 ของการดำรงตำแหน่งของสี จิ้นผิง ที่จะมีขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ภาพจาก Reuters
นอกจากนี้ จีนยังใช้จังหวะโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้โลกรับรู้ถึง “หลักการจีนเดียว” และนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ที่จะนำไปใช้กับไต้หวันเฉกเช่นเดียวกับกรณีฮ่องกงและมาเก๊าอีกด้วย
มิติทางเศรษฐกิจก็เป็นส่วนหนึ่งที่วิทยากรสะท้อนถึงความสำคัญที่ซ่อนอยู่ ในอดีต คนไต้หวันบางส่วนอาจไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของจีน เพราะกลัวปัญหาเรื่องปากท้อง และไม่อยากให้ลูกหลานลำบาก แต่สภาพการณ์เหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก
การเติบใหญ่ของเศรษฐกิจจีนทำให้ไต้หวันมีโอกาสได้รับประโยชน์อย่างมากทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน เมืองใหญ่ของจีนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนหลายหัวเมือง อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้นจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวทัดเทียมหรือแม้กระทั่งแซงหน้าไต้หวันในไม่กี่ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน วิทยากรสะท้อนมุมมองในอีกด้านหนึ่งไว้อย่างน่าสนใจว่า หัวใจสำคัญของการเยือนไต้หวันเป็นเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ที่สหรัฐฯ มองว่านี่เป็นเรื่อง “คอขาดบาดตาย” ในอนาคต
การพบกับประธานของ TSMC และการออก “กฎหมายชิปและวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ” ที่อนุมัติวงเงินอุดหนุนจำนวนกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการดึงดูดผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไปตั้งโรงงานในสหรัฐฯ รวมทั้งการที่เราเห็นรัฐบาลจีนประกาศระงับการส่งออกทรายธรรมชาติซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นซิลิกา ไปไต้หวัน เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญในเรื่องนี้
ภาพจาก Reuters
เรายังเห็นสหรัฐฯ เดินหน้า “สงครามการค้า” ขึ้น “บัญชีดำ” กิจการไฮเทคของจีน พยายามที่จะถอดกิจการจีนนับร้อยรายออกจากการลิสต์ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ และอื่นๆ หลายสิ่งที่เกิดขึ้นและที่จะตามมาอีกหลายระลอกในอนาคตคาดว่าจะนำไปสู่ “การแยกขั้ว” ที่ถ่างกว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ วิทยากรยังกระตุกความคิดเพิ่มเติมอีกว่า ไทยเราก็มีผลประโยชน์ร่วมทั้งจากสหรัฐฯ จีน และไต้หวัน ผ่านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ขณะที่จีนก็เป็นเพื่อนบ้านที่มีสถานะพิเศษระหว่างกัน เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนเป็นหมายเลข 1 และ 2 ในปัจจุบัน แถมในกรณีของไต้หวัน เรายังได้รับประโยชน์จากการส่งแรงงานไปทำงานอีกกว่า 70,000 คน
ไทยจึงจำเป็นต้องบริหารความสมดุลของความสัมพันธ์อย่างเหมาะสม ทำอย่างไรเราจะได้รับประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดเอเปคในกลางเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และเหนือสิ่งอื่นใด เราต้องมีเป้าหมายสูงสุดที่จะสานประโยชน์จากทุกกลุ่มเศรษฐกิจแก่ไทยในระยะยาว
ช่วงของการปาฐกถาพิเศษและการเสวนาที่เต็มไปด้วยสาระ เข้มข้น และเร้าใจ นอกจากจะเรียกเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงานสัมมนาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำเอาผู้เข้าร่วมงานลืมหิวไปเลย หลายคนบอกยินดีรับประทานอาหารช้า เพื่อขอรับความรู้จากวิทยากรต่อ
ภาพจาก Reuters
กว่าจะได้เริ่มช่วงของรับประทานอาหารและกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกของสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หอการค้าไทยในจีน และเครือข่าย ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายโมงเข้าให้แล้ว ขณะที่หลายสื่อมวลชนก็ยังยอมหิวยิ่งกว่า เพราะขอสัมภาษณ์สดท่านธนากร นายกสมาคมฯ ในบริเวณงานต่ออีกนานนับชั่วโมง ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านคงจะได้รับรู้การสัมภาษณ์ดังกล่าวไปแล้วบ้าง
แต่ทุกคนก็เพลินเพลินยิ่งขึ้นไปอีกกับอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย และมีรสชาติสุดอร่อยของ “เอสแอนด์พี” จนหลายคนชื่นชมว่า อาหารของเอสแอนด์พีมีรสชาติกลมกล่อมมาก “โอกาสหน้าพวกเรานัดไปเจอกันที่ร้านเอสแอนด์พีก็ดีครับ” ผู้เข้าร่วมงานเอ่ยกับเพื่อนผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่บางคนติดใจในน้ำสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมละมุน จนเอ่ยปากว่า “เอสแอนด์พีน่าจะทำน้ำดื่มสมุนไพรเหล่านี้ออกมาขายบ้าง”
ผู้เข้าร่วมงานยังทำความรู้จัก ร่วมถ่ายภาพ และอยู่พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีนกันยาวไปเกือบบ่ายสามโมง หลายคนดีใจที่ได้รับทราบข่าวกิจกรรมดีๆ เช่นนี้และเสียดายแทนหลายคนที่พลาดการเข้าร่วมงานในครั้งนี้
“นี่เป็นเวทีที่ดีมากสำหรับการเรียนลัดเกี่ยวกับตลาดจีน แทนที่จะไปถูกหลอก ถ้ารู้ว่ามีบริการอย่างนี้ ผมคงไม่ต้องเสียค่าโง่และเสียเวลาอย่างที่ผ่านมา” ขณะที่ “ดิฉันขออนุญาตกระโดดเกาะหลังไปกับสมาคมฯ และหอการค้าฯ ด้วยนะคะ” ผู้ประกอบการรายหนึ่งเอ่ย
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ก็ขอให้อดใจรออีกหน่อย สมาคมฯ ร่วมกับหอการค้าฯ ยังมีกิจกรรมดีๆ อย่างนี้อีกมากในปีนี้ และสำหรับผู้ที่อยากร่วมเป็นสมาชิกสมาคมฯ หรือเข้าร่วมใน “ชุมชนคนทำตลาดจีน” ก็สามารถติดต่อไปที่คุณเฟิร์น แสงจันทร์ ผู้จัดการสมาคมฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 083-0455280 หรืออีเมล์ [email protected] ครับ ...
อ่านบทความเพิ่มเติม
ที่มาข้อมูล : -