
วันนี้( 3 มิ.ย.63) โพลสำรวจของรอยเตอรส์ อิปซอส สำนักโพลชื่อดัง ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนอเมริกันในช่วงวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาพบว่า ชาวอเมริกัน 64% บอกว่ารู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้ที่ออกมาประท้วง ในขณะที่ 27% บอกว่าไม่รู้สึกเห็นใจ , มากกว่า 55% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าไม่เห็นด้วยต่อวิธีการรับมือการประท้วงของนายทรัมป์ ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีถึง 40% ที่บอกว่าไม่เห็นด้วยอย่างมาก โดย มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับวิธีการรับมือของเขา ขณะที่ ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงอิสระไม่เห็นด้วยกับวิธีการรับมือของนายทรัมป์เพิ่มขึ้นสองเท่า
และ เมื่อเจาะไปในกลุ่มของผู้สนับสนุนพรรครีพับบลิกัน มีผู้สนับสนุนราว 67% ที่บอกว่าเห็นด้วยกับการรับมือการประท้วงนายทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำ เมือ 82% ในคะแนนนิยมภาพรวม
ด้าน นายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้ลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนิยมนำเหนือนายทรัมป์ราว 10% ซึ่งเป็นคะแนนห่างที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
ขณะที่โพลของมหาวิทยาลัยมอนเมาท์ ต้นสัปดาห์นี้พบว่า ชาวอเมริกัน 74% มองว่าขณะนี้ประเทศกำลังเดินไปผิดทาง ขณะที่ คะแนนนิยมของนายทรัมป์ลดลงเหลือ 42% จากเดิม 46% เมื่อเดือนมีนาคม
ผลการสำรวจดังกล่าวถือว่าไม่เป็นผลดีต่อนายทรัมป์เท่าไหร่นัก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเมืองของเขาหลังประกาศใช้มาตรการแข็งกร้าวจัดการกับการประท้วง และขู่ที่จะนำกองทัพสหรัฐเข้ามาควบคุมสถานการณ์
ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แนวทางการรับมือการประท้วงของนายทรัมป์กำลังสะเทือนแผนการชนะเลือกตั้งสมัยที่สองของเขา
ทรัมป์ตอนนี้ทำอะไรเหมือนดูผิดที่ผิดทางจากความคาดหวังของประชาชน เช่น กรณีที่เขาเดินออกจากทำเนียบขาวไปยืนถ่ายรูปที่โบสถ์ใกล้เคียง เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ถึงความแข็งแกร่ง และให้คำมั่นว่าเขาจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา แต่กลายเป็นว่า เขาถูกบรรดาผู้นำศาสนาหลายคนกล่าวโจมตี รวมไปถึงพรรคเดโมแครต และสมาชิกพรรครีพับบลิกันบางส่วน เพราะปรากฎภาพของตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อนที่ทรัมป์จะออกมาเดิน
นอกจากนี้ ยังไม่มีผู้ว่าการรัฐสายรีพับบลิกันคนไหนกล้าตอบรับคำประกาศของนายทรัมป์อย่างโจ่งแจ้งเรื่องการยอมให้กองทัพเข้าไปรักษาความสงบ เช่น ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ได้แถลงข่าวยืนยันว่า “คนเท็กซัสสามารถดูแลคนเท็กซัสด้วยกันเองได้”
การรับมือวิกฤตประท้วงของนายทรัมป์ที่ส่งเสริมการใช้กำลัง ส่งผลดีต่อนายไบเดน เมื่อบรรดาผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต พากันทุ่มเงินบริจาคไปให้แคมเปญหาเสียงของนายไบเดนแล้ว เพราะผลงานของนายทรัมป์ถูกวิจารณ์อย่างหนัก และยังมีปัญหากับผู้ว่าการรัฐต่างๆ
โดยเฉพาะล่าสุด การประกาศเตรียมให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้นำสหรัฐฯในการเรียกฟื้นความสามัคคีของคนในชาติ เพราะประเทศกำลังเผชิญวิกฤตสองเหตุการณ์พร้อมกัน จึงทำให้กลุ่มผู้บริจาครู้สึกฮึกเหิมในการทุ่มเงินสนับสนุนการหาเสียงของนายไบเดนเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขามองว่า ถ้าประธานาธิบดีรับมือวิกฤตนี้ไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุด ต้องไม่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง
นายไบเดนเองก็เข้าใจว่า การก้าวพลาดของคู่แข่ง คือโอกาสที่ดีที่สุดของเขา และมีการแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เขาจะไม่เติมเชื้อไฟของความเกลียดชังในสถานการณ์ประท้วงนี้และหากเขาได้รับการเลือกตั้งมาเป็นประธานาธิบดี เขาจะรักษาบาดแผลจากการเหยียดผิวนี้ซึ่งเกิดขึ้นมานานในประเทศนี้ด้วย
เกาะติดข่าวที่นี่
website:
www.TNNThailand.com
facebook :
TNNThailand
facebook live :
TNN Live
twitter :
@TNNThailand
Line :
@TNNONLINE
Youtube Official :
TNNThailand
Instagram :
@tnn_online
ที่มาข้อมูล : -
ที่มารูปภาพ :