

สรุปข่าว
วันนี้ (18 ม.ค.63) สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า อัตราการเกิด อยู่ที่ 10.48 ต่อ 1,000 ในปี พ.ศ. 2562 ต่ำสุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 จำนวนของเด็กเกิดใหม่ในปี 2562 ลดลง 580,000 คน อยู่ที่ 14.65 ล้านคน อัตราการเกิดของจีน ลดลงต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายสำหรับประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกแห่งนี้ แต่แม้ว่าอัตราการเกิดลดลง แต่อัตราการตายก็ยังต่ำกว่า ทำให้ประชากรจีนเพิ่มเป็น 1,400 ล้านคน ในปี 2562 จากเดิม 1.39 ล้านคน อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดที่ลดลงนี้ กำลังเพิ่มความหวาดกลัวว่าจะเกิด “ระเบิดเวลาประชากร” คือประชากรในวัยทำงานน้อยลง ขณะประชากรเกษียณอายุเพิ่มมากขึ้น
อัตราการเกิดของจีนต่ำกว่าในสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ 12 ต่อ 1,000 คนในปี 2560 แต่สูงกว่าอัตราการเกิดของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ 8 ต่อ 1,000 ส่วนในอังกฤษและเวลส์ อัตราการเกิด อยู่ที่ 11.6 ในปี 2562 เมื่อเทียบกับสกอตแลนด์ ซึ่งอยู่ที่ 9 ส่วนในไอร์แลนด์เหนือ อยู่ที่ 12.1 ในปี 2561
ขณะที่อัตราการเกิดโดยภาพรวมทั่วโลกตามข้อมูลของธนาคารโลก อยู่ที่ 18.65 ในปี 2560
ในปี 2522 รัฐบาลจีนประกาศใช้นโยบาย “ลูกคนเดียว” ทั่วประเทศ แต่ก็มีข้อยกเว้นหลายประการ เพื่อชะลอการเพิ่มของประชากร ครอบครัวใดละเมิดนโยบายนี้ ต้องถูกลงโทษด้วยการปรับ, เลิกจ้างงาน และบางครั้งก็ถึงกับถูกบังคับให้ต้องทำแท้งด้วย แต่นโยบายดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าทำให้เกิดความไม่สมดุลทางเพศอย่างรุนแรง โดยเพศชายมีจำนวนมากกว่าเพศหญิงถึงกว่า 30 ล้านคนจากตัวเลขในปี 2562
ในปี 2558 รัฐบาลจีนจึงได้ประกาศยกเลิกการใช้นโยบายลูกคนเดียว อนุญาตให้คู่สามีภรรยามีลูก 2 คนได้ แต่ว่าการปฏิรูปดังกล่าวก็ล้มเหลว ไม่สามารถทำให้อัตราการเกิดที่ลดต่ำ เพิ่มขึ้นมาได้ แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีหลังจากนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เป็นเพราะการผ่อนคลายนโยบายลูกคนเดียว ไม่ได้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนแต่ละครอบครัว เช่นการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการดูแลเด็ก และเพิ่มวันลาของสามีเพื่อมาช่วยภรรยาเลี้ยงลูก ประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่ได้อยากมีลูกมากกว่า 1 คน
เกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
ที่มาข้อมูล : -