

สรุปข่าว
วันนี้ (27ธ.ค.62) วิกฤตสถิติประชากรของญี่ปุ่น กำลังเลวร้ายลง ขณะที่ประเทศที่สถิติผู้สูงอายุขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประสบปัญหาการลดลงของประชากรครั้งใหญ่ที่สุด และอัตราการเกิดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยจากสถิติของรัฐบาล ที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุข, แรงงานและสวัสดิการสังคมญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พบว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในญี่ปุ่นปี 2562 ลดลงเหลืออยู่ที่ 864,000 คน ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 2542
จำนวนเด็กเกิดใหม่ คาดว่าลดลง 54,000 คนจากปี 2561 และจำนวนเด็กเกิดใหม่ยังอยู่ต่ำกว่า 1 ล้านคนเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ส่วนอัตราการเสียชีวิตในปี 2562 สวนทางกับอัตราการเกิด คือพุ่งสูงตั้งแต่กลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ที่ 1.376 ล้านคน ญี่ปุ่นเป็นประเทศสังคมผู้สูงวัย ซึ่งหมายความว่าประชากรของประเทศมากกว่าร้อยละ 20 มีอายุมากกว่า 65 ปี
ประชากรทั้งหมดของประเทศ อยู่ที่ 124 ล้านคน ในปี 2561 แต่ภายในปี 2608 คาดว่าประชากรญี่ปุ่นจะลดลงเหลือประมาณ 88 ล้านคน
สถิติประชากรที่ลดลงของประเทศ หมายความว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานก็ต้องลดลง ทำให้รัฐบาลต้องมีภาระสนับสนุนประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้นทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพและเบี้ยบำนาญ
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญหน้ากับอัตราการเกิดใหม่ลดลง แม้แต่เยอรมนี ก็ยังเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน และภายในปี 2573 สหรัฐ, สหราชอาณาจักร, สิงคโปร์ และฝรั่งเศส ก็คาดการว่า จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่น ก็เผชิญปัญหาประชากรสูงอายุมานานหลายปีแล้ว, คนในวัยทำงานลดลง และอัตราการเกิดใหม่ก็ต่ำ โดยในปี 2561 อัตราการเกิดใหม่ของเกาหลีใต้ก็ลดลงในระดับต่ำสุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น ต้องการป้องกันไม่ให้ประชากรลดลงต่ำกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2603 โดยในปี 2560 รัฐบาลประกาศเพิ่มงบประมาณรายจ่าย 2 ล้านล้านเยน หรือ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวันเรียนอายุ 3-5 ปีให้เรียนฟรี และสำหรับเด็กอายุ 2 ขวบและต่ำกว่า จากครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และลดเวลาของศูนย์รับเลี้ยงเด็กลง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้ ก็ลดชั่วโมงทำงานสูงสุดจาก 68 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 52 ชั่วโมงเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเป็นแรงจูงใจในการผลิตลูก ขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญบางคนอ้างถึงอัตราการเกิดที่ลดลง และอาจส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ภาพประกอบข่าว
เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
ที่มาข้อมูล : -