ปากีสถาน เพิ่มมาตรการปลอดภัย หลังพบผู้ป่วย ‘ฝีดาษลิง’ รายแรก

ปากีสถาน เพิ่มมาตรการปลอดภัย หลังพบผู้ป่วย ‘ฝีดาษลิง’ รายแรก

สรุปข่าว

เจ้าหน้าที่กำลังฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในสนามบินนานาชาติจินนาห์ ในนครการาจี เมืองใหญ่ที่สุดของปากีสถานเมื่อวานนี้ (16 สิงหาคม) หลังปากีสถานยืนยันพบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรรายแรกของประเทศ


ด้านคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปากีสถานลงพื้นที่สนามบินจินนาห์แห่งนี้ เพื่อประเมินกระบวนการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาถึงสนามบินนี้ ให้ปฏิบัติถูกต้องตามแนวทางที่กำหนดโดยศูนย์บัญชาการและปฏิบัติการแห่งชาติปากีสถาน และยังตรวจห้องกักตัวแยกเดี่ยวที่ตั้งขึ้นสนามบิน เพื่อแยกตัวผู้โดยสารหากพบแสดงอาการน่าสงสัย


ส่วนที่เมืองเปชาวาร์ สถานที่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรรายแรกของปากีสถาน มีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยวานนี้ (16 สิงหาคม) ที่สนามบินเมืองเปชาวาร์ โดยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสาร และตั้งวอร์ดแยกกักตัวรักษาเดี่ยวในโรงพยาบาล 1 แห่งในเปชาวาร์ ถ้าหากพบผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษวานร หรือเอ็มพ็อกซ์ รวมทั้งจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่าง เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้ฝีดาษวานรแพร่ระบาดในปากีสถาน


ขณะที่เมื่อวันพฤหัส (15 สิงหาคม) กระทรวงสาธารณสุขปากีสถานยืนยัน พบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรเป็นรายแรกในประเทศที่เมืองเปชาวาร์ เป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังไม่ชัดเจนว่า เชื้อไวรัสฝีดาษวานรในผู้ติดเชื้อรายแรกของปากีสถานนี้ เป็นสายพันธ์ุใหม่ที่ร้ายแรงกว่าเดิมหรือไม่


ปากีสถานเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากสวีเดน ที่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรนอกทวีปแอฟริกา 1 วันหลังจากที่องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศให้ฝีดาษวานรเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินสาธารณสุขโลกเมื่อวันพุธ (14 สิงหาคม)


สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษวานรมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และมีตุ่มหนอง โดยทั่วไปอาการผู้ป่วยจะไม่หนัก แต่อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากเป็นผู้ป่วยเด็ก หญิงมีครรภ์ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อย่างเช่นผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยกลุ่มคนเหล่านี้ มีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน หากติดเชื้อฝีดาษวานร

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

ฝีดาษลิง
ฝีดาษวานร
โรคฝีดาษ
โรคฝีดาษลิง
ฝีดาษลิงระบาด
ปากีสถาน