

สรุปข่าว
วันนี้ (15 ก.ย.62) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซาอุดีอาระเบีย ลดกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซลง หลังอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก หรือ โดรน โจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่สำคัญ 2 แห่งของบริษัทอารัมโก ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์ โดยเจ้าชายอับดุลลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงาน แถลงว่า การโจมตีของโดรนครั้งนี้ ได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงประมาณ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของการผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่ ยาห์ยา ซาเรอา โฆษกของกบฏฮูตี ในเยเมน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์อัล-มาซีราห์ ทีวี ซึ่งเป็นของกบฏฮูตีในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ระบุว่า กบฎฮูตี ส่งโดรน 10 ลำเข้าไปโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 2 แห่ง จนทำให้เกิดไฟลุกท่วม แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และกล่าวอีกว่า การโจมตีคาดว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ด้าน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ประณามการโจมตีว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน โดยระบุว่า ไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า โดรนเหล่านี้มาจากเยเมน นายปอมเปโอ ระบุในทวิตเตอร์ว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นการโจมตีต่ออุปทานพลังงานโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สหรัฐขอเรียกร้องให้ทุกประเทศช่วยกันประณามอย่างเปิดเผยและเฉียบขาดต่อการโจมตีของอิหร่านครั้งนี้ สหรัฐจะทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตร เพื่อรับประกันว่าตลาดพลังงานจะยังคงมีปริมาณที่เพียงพอ และอิหร่านต้องรับผิดชอบสำหรับการรุกรานครั้งนี้
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ถอดตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอีกครั้ง
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบีย เป็นแกนนำกองกำลังพันธมิตรอาหรับที่มีชาติตะวันตกหนุนหลัง ให้การสนับสนุนรัฐบาลเยเมน แต่อิหร่านสนับสนุนกบฏฮูตี
ที่มาข้อมูล : -