World-in-depth: หรือ ISIS จะกลับมา? ทวงบัลลังก์ “เขย่าขวัญ” โลกอีกครั้ง

World-in-depth: หรือ ISIS จะกลับมา? ทวงบัลลังก์ “เขย่าขวัญ” โลกอีกครั้ง

สรุปข่าว


แต่เหตุโจมตีรัสเซียที่เกิดขึ้น กลับทำให้คิดตามได้ว่า การที่ ISIS “ไม่ได้กระทำการ” ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาได้รับการปราบปรามเสียจน “สิ้นไป” เสียทีเดียว


“สิ่งนี้คือหมุดหมายสำคัญของพวกเราในความพยายามทำให้แน่ใจสืบเนื่องต่อไปว่า พวก ISIS จะไม่ฟื้นคืนกลับมาได้อีก”


นี่คือคำกล่าวของ เอียน แม็คแครี อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำอัฟกานิสถาน เพิ่งกล่าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2024 ด้วยความมั่นใจว่า กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งนาม ISIS จะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป


แต่หลังจากนั้น เพียง 1 วัน ก็ได้เกิดเหตุกราดยิงในคอนเสิร์ตฮอลล์ที่รัสเซีย โดยมีจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตทะลุ 130 คน และผู้ที่ออกมาเคลม นั่นคือกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS!


ทำให้เกิดข้อสงสัยที่ตามมาว่า หรือนี่จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ISIS จะกลับมาผงาดง้ำ สร้างความเขย่าขวัญสากลโลกได้อีกครั้งหนึ่ง?



---ใครเห็นก็ว่าตาย แต่ไม่ตาย! ---


เป็นเรื่องปกติ ที่มนุษย์เราจะให้ความสนใจแก่อะไรบางอย่างในระดับสูง หากว่าเรื่องนั้น ๆ มีวาระว่า “อยากจะให้เป็นที่สนใจ” เช่นเดียวกับ ISIS การที่เขากระทำการอย่างถึงเครื่องในเรื่องการก่อการร้าย ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และได้รับการปราบปรามอย่างรุนแรงจากบรรดาโลกตะวันตก จนทำให้คิดกันไปว่า กลุ่ม ISIS พ่ายแพ้ลง


แต่เหตุโจมตีรัสเซียที่เกิดขึ้น กลับทำให้คิดตามได้ว่า การที่ ISIS “ไม่ได้กระทำการ” ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาได้รับการปราบปรามเสียจน “สิ้นไป” เสียทีเดียว


เพราะหากพิจารณาตามข้อมูลนั้น ISIS ยังคงมีอิทธิพลในพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ในซีเรีย และกว่าร้อยละ 40 ในอิรัก และโดยเฉพาะในอัฟกานิสถาน ที่กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งนี้ ขยันสร้างความโกลาหลไม่เว้นแต่ละวัน 


ในช่วงปี 2020 พวกนี้ได้ทำการจู่โจมแผนกสูตินารีเวชที่กรุงคาบูล จนมีเหตุให้เกิดผู้เสียชีวิต 24 ราย ส่วนมากเป็นสตรีมีรรภ์และเด็กทารก และครึ่งปีหลังจากนั้น ก็ได้ทำการจูโจมมหาวิทยาลัยคาบูล โดยมีอาจารย์และนักศึกษาถูกฆ่ารวมกว่า 22 ราย และที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือ การระเบิดพลีชีพที่สนามบินคาบูล เมื่อปี 2021 ที่ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 175 ราย และทหารสหรัฐฯ 13 ราย


ตรงนี้ แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พลังความน่าสะพรึงของ ISIS ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป หากเพียงแต่พวกเราไม่ได้ใส่ใจ ให้ความสำคัญ หรือทำให้เป็นประเด็นว่า ISIS สามารถที่จะยังคงเป็น “ภัยคุกคาม” ได้


มีนักวิชาการกล่าวโทษนโยบายการต่างประเทศทางการทหารของสหรัฐฯ และโลกตะวันตกที่ “ขว้างงูไม่พ้นคอ” ไม่สามารถจัดการ ISIS ให้อยู่มือได้ จนมาแว้งกัดภายหลัง ดังที่ ไมเคิล ครูเกลแมน ประธาน the South Asia Institute at the Washington-based Wilson Center ได้ให้ทรรศนะไว้ โดยระบุว่า การล้มครืนในการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ แก่รัฐบาลอัฟกานิสถานทำให้พวก ISIS มีช่องทางในการสะสมสรรพกำลังได้ ที่นับเป็นการเปิดโอกาสให้พวกนี้ “หายใจเฮือกใหญ่” ได้มากกว่าเดิม




--- แรงขับเคลื่อนระลอกใหม่ ---


เมื่อมาถึงตรงนี้ เนื่องจากอิทธิพลยังไม่ได้หายไป อาจมีข้อสงสัยได้ว่า แล้วแบบนี้ มีแนวโน้มมากน้อยเพียงใด ที่ ISIS จะเริ่มดำเนินการก่อการร้ายที่ทวีความรุนแรงอย่างมหาศาลกว่าเดิม?


อามิรา ยาดูน ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเครมสัน วิทยาเขตแคโรไลนา และผู้เขียนหนังสือ The Islamic State in Afghanistan and Pakistan: Strategic Alliances and Rivalries. ได้ชี้ชัดไว้ ความว่า 


“หากการโจมตีนี้เป็นฝีมือของกลุ่ม ISIS-K (แขนงย่อยของ ISIS) ดังนั้นการมุ่งโจมตีรัสเซียเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นที่สุด เพราะเป็นการโจมตีประเทศที่เป็นผู้เล่นรายสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งใน ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และเอเชียใต้”


การจู่โจมระหว่างประเทศเช่นนี้ คือแทคติกที่กระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นยุทธศาสตร์ เป็นแคมเปญที่จะทำให้การร้ายเกิดขึ้นได้ในระดับสากล


เช่นนี้ ทำให้คิดได้ว่า การเกิดเหตุกราดยิงในรัสเซีย เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ว่า การก่อการร้ายย่อมเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างมาก เพราะผู้กระทำการนั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่ “เรามองไม่เห็น” แล้ว การที่โลกตะวันตกประเมินว่าพวกนี้ “ไร้น้ำยา” ที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ กลับเป็นเรื่องที่น่ากลัวไม่แพ้กัน


เพราะประเมินผิด ชีวิตอาจจะ “หาไม่” ไปเลยย่อมได้!


 


--- เกร็ดความรู้ ISIS เป็นมาอย่างไร? ---


ISIS มีต้นกำเนิดที่พอจะสืบสาวได้ ตั้งแต่ปี 2004 โดยเป็นกลุ่มย่อย ที่แตกแขนงออกมาจากกลุ่มก่อการร้าย อัล กออิดะห์ ในอิรัก เนื่องจากความไม่ลงรอยต่อ โอซามา บิน ลาเดน และก็หมดบทบาทไปนาน จนกระทั่งปี 2011 ได้ย้ายเขตอิทธิพลไปยังซีเรีย และกลายเป็นกลุ่มก่อการร้ายระบือโลกในเวลานั้น 


ปี 2014 จะได้มีการประกาศถึงชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการ คือ กลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State หรือ IS / ISIS / ISIL ตามแต่ใครจะเรียกขาน) โดยมีอัตลักษณ์ว่าเป็นพวก “หัวรุนแรงสุดโต่งเสียยิ่งกว่าที่เคยมีมา”


กระนั้น สิ่งที่ทำให้พวกนี้เป็นที่รู้จักของสากลโลก นั่นคือ การใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ในการปล่อยคลิป “ตัดหัว” ตัวประกันเป็นว่าเล่น โดยคลิปที่ไวรัลที่สุด คือ การตัดหัวนักข่าวชาวญี่ปุ่น ซึ่งสร้างการรับรู้ได้ว่า พวกนี้สามารถที่จะเขย่าขวัญพวกเราได้มากมายเลยทีเดียว


—————

แปล-เรียบเรียง: วิศรุต หล่าสกุล

ภาพ : Stringer / Reuters


ข้อมูลอ้างอิง:

บทความ Securitization and Desecuritization

Al Jazeera

Al Jazeera 


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

world-in-depth
isis
กลุ่มรัฐอิสลาม
ก่อการร้าย
กลุ่มติดอาวุธ
กลุ่มหัวรุนแรง
is
ไอเอส