ภาษีศุลกากรสหรัฐฯแตะ 22% สูงสุดในรอบ 115 ปี "ฟิทช์ เรทติ้งส์" ชี้เป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก

โอลู โซโนลา หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) กล่าวในวันพุธ (2 เม.ย.) ว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเป็น 22% จากเพียง 2.5% ในปี 2567 ภายใต้มาตรการภาษีใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้ ซึ่งอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวนั้นเคยถูกกำหนดครั้งหลังสุดเมื่อราวปี 2453

ภาษีศุลกากรสหรัฐฯแตะ 22% สูงสุดในรอบ 115 ปี "ฟิทช์ เรทติ้งส์" ชี้เป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก

สรุปข่าว

มาตราการภาษีศุลกากรตอบโต้เป็นการเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่รวมถึงเศรษฐกิจโลกด้วย หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการคาดการณ์เศรษฐกิจที่เคยมีนั้น อาจใช้ไม่ได้อีก หากอัตราภาษีนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปอีกนาน

โซโนลาระบุว่า นี่เป็นการเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่รวมถึงเศรษฐกิจโลกด้วย หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการคาดการณ์เศรษฐกิจที่เคยมีนั้น อาจใช้ไม่ได้อีก หากอัตราภาษีนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปอีกนาน

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (2 เม.ย.) เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariffs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ

ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%

ส่วนประเทศในอาเซียนถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ถ้วนหน้าเช่นกัน นำโดยกัมพูชา 49%, ลาว 48% เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน 24%, มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% และสิงคโปร์ 10%

ที่มาข้อมูล : ฟิทช์ เรทติ้งส์

ที่มารูปภาพ : TNN

avatar

มงคล เกษตรเวทิน