บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถูกกำหนดให้ต้องรายงานงบการเงินต่อสาธารณะ แต่เราก็มักจะได้ยินข่าวคราวที่มีบริษัทจดทะเบียนบางบริษัทไม่ส่งรายงานงบการเงินตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งถ้าบริษัทจดทะเบียน จะเป็นอย่างไร เรามาหาคำตอบกัน
สรุปข่าว
รายงานงบการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยมีข้อมูลทั้งเหตุการณ์สำคัญ ผลการดําเนินงาน และสถานะทางการเงินในอดีตของกิจการ นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถนำมาคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคตของกิจการได้ด้วย
โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนส่งรายงานงบการเงินรายไตรมาส ภายในระยะเวลา 45 วัน หลังจากวันที่สิ้นสุดงบการเงินในไตรมาสที่ 1,2 และ 3 และ 60 วัน สำหรับงบการเงินในไตรมาสที่ 4
แต่ถ้าหากบริษัทจดทะเบียนไม่ส่งรายงานงบการเงินตามกำหนด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีการดำเนินการในขั้นตอนแรกคือ การขึ้นเครื่องหมาย “SP” หรือ “Suspension” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าหลักทรัพย์นั้นถูกห้ามซื้อขายชั่วคราว
โดยที่บริษัทจดทะเบียนสามารถส่งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้การรับรองคือ “ไม่มีเงื่อนไข” หรือ “มีเงื่อนไขแต่ไม่เป็นสาระสำคัญ” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็จะปลดเครื่องหมาย SP และเปิดให้มีการซื้อขายปกติต่อไปได้
แต่ถ้าบริษัทจดทะเบียนส่งรายงานงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแบบมีเงื่อนไขในสาระสำคัญ หรือไม่แสดงความคิดเห็นต่อรายงานงบการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะขึ้นเครื่องหมาย SP ต่ออีกหนึ่งวันหลังส่งงบการเงิน เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาศึกษาข้อมูล
และจะเปิดให้ทำการซื้อขายในวันถัดไปโดยขึ้นเครื่องหมาย “C” หรือ “Caution” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าหลักทรัพย์นั้นมีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อฐานะการเงิน และการดำเนินธุรกิจ ต้องซื้อขายด้วยบัญชี Cash Balance เท่านั้น และขึ้นเครื่องหมาย “NP” หรือ “Notice Pending” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าหลักทรัพย์นั้นมีข้อมูลที่ต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ และจะปลดเครื่องหมายทั้งหมดออกภายหลังจากก.ล.ต.แจ้งว่าไม่ต้องแก้ไขงบการเงิน
และหากบริษัทจดทะเบียนส่งรายงานงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นว่า “ไม่ถูกต้อง” จะถูกขึ้นเครื่องหมาย SP ถูกห้ามซื้อขายเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งถ้าหากแก้ไขได้ก็สามารถกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ แต่ถ้าหากไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะถูกขึ้นเครื่องหมาย “NC” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าหลักทรัพย์นั้นเข้าข่ายถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ และให้เวลาในการแก้ไข 3 ปี ซึ่งถ้าสามารถแก้ไขได้ก็จะสามารถทำการซื้อขายได้ปกติ แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย/สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
ที่มารูปภาพ : Canva