"KKP"ชี้ 3ทางไทยรับมือ"ภาษีทรัมป์"ร้อยละ36

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังการประกาศขึ้นภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า “หัวจะปวด Thailand โดน reciprocal tariffs ไป ร้อยละ 36 นี่ขนาดลดให้ครึ่งนึงแล้วนะ”

โดย ทรัมป์ คิดว่าไทยเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ รวมการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (nontariff barriers) ร้อยละ 72 ทั้ง ๆ ที่ค่าเฉลี่ยภาษีนำเข้าแค่ร้อยละ 10 แปลว่าเขาคิดมูลค่าของ nontariff barrier เยอะมาก ไม่ก็ดูตรงสินค้าที่เราคิดภาษีเขาเยอะ เช่น สินค้าเกษตร

ดังนัื้น งานแรกของรัฐบาล คือ ต้องไปหาก่อนเลยว่าตัวเลขร้อยละ72 มาจากไหน จากนี้คือเกมเจรจาล้วน ๆ เราน่ามีทางเลือกอยู่สามทาง 

หนึ่ง สู้ (แบบ แคนาดา ยุโรป หรือจีน) ซึ่งเราอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะเราพึ่งพาเขาเยอะกว่าเขาพึ่งพาเรา สหรัฐเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย เราเกินดุลสหรัฐปีนึงหลายหมื่นล้าน แม้ว่ามูลค่าเกินดุลจะเป็นสินค้านำเข้าจากจีนที่อาศัยไทยเป็นช่องหลบเลี่ยงก็ตาม

สอง หมอบ คือ เจรจาหาทางลงที่สหรัฐพอใจ เช่น ปรับลดภาษีที่เก็บเขาสูงๆ เปิดตลาดที่เราปกป้องอยู่ เช่น สินค้าเกษตร ยกเลิก nontariff barrier เช่น กาาห้ามการนำเข้าเนื้อหมู ค่าตรวจสินค้า 


"KKP"ชี้ 3ทางไทยรับมือ"ภาษีทรัมป์"ร้อยละ36

สรุปข่าว

KKP มึน "ทรัมป์" เก็บภาษีไทยสูงถึงร้อยละ 36 หนักเกิน ไทยทำได้แค่ 3 ทาง คือ สู้-หมอบ-ทน

และเราอาจต้องนำเสนอทางออกให้สหรัฐอีก เช่น การนำเข้าพลังงาน สินค้าเกษตรเพิ่ม หรือสินค้าใหญ่ๆ เช่น เครื่องบิน อาวุธ เครื่องจักร หรือ หาทางเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ เราอาจต้องเปิดเสรีด้านต่างๆ ที่สหรัฐบ่นมาตลอด เช่น บริการทางการเงิน การคุ้มครองสิทธิทางปัญญา ประเด็นสิทธิของแรงงาน

แต่แน่นอนว่าทางเลือกนี้ นอกจากการเจรจา “ภายนอก” แล้วต้องการการเจรจาภายในที่มีประสิทธิภาพ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะยอมเปิดสินค้าเกษตรแลกกับภาคการส่งออก ใครจะยอมเสียประโยชน์ใครจะได้ประโยชน์


และเกมที่ยากที่สุดคือ การหาว่าสหรัฐต้องการอะไรจริงๆ เพราะอาจไม่ใช่เกมการค้า แต่เป็นเรื่องอื่นอย่างการทหาร ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

สาม ทน คือถ้าเราหาทางออกไม่ได้ ก็คงต้องทน หรือ หาแนวร่วมจากเพื่อนหัวอกเดียวกันในการกดดัน และเจรจากับสหรัฐ สุดท้ายอาจจะต้องลดภาษีลงมาถ้าแรงกดดันในประเทศเพียงพอ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

avatar

นันท์ชยา ชื่นวรสกุล