นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาและกระทบมายังหลายพื้นที่ของประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค.2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา ทางหอการค้าไทย ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากมีการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเต็มที่จากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว โปร่งใส และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องออกสู่สังคม
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน จึงเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น และระบบเตือนภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและอันดับแรกที่จะต้องเร่งดำเนินการ
สรุปข่าว
สำหรับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน โดยภาคการผลิตยังไม่มีผลกระทบ รวมไปถึงภาคของการส่งออก ยังมองว่าเป็นทิศทางที่ดี ส่วนการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ไม่น่าจะมีปัญหาแต่จำเป็นจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจจะโตที่ระดับ 3% ได้ รัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ด้านส่งออก เชื่อว่าเดือนมี.ค. นี้อาจโตต่อเนื่อง แต่อาจโตลดลงจากสองเดือนก่อนหน้าเหลือตัวเลขเดียว โดยประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ก็ต้องจับตาสินค้าเกษตรและอาหาร ทั้งนี้ ในอีกแง่มุมหนึ่งมองว่า อาจเป็นโอกาสให้ไทยส่งออกสินค้าได้มากขึ้น จากการเป็นฐานการผลิตได้
ในส่วนเรื่องการบริโภค ต้องยอมรับว่าหนี้ครัวเรือนไทยยังสูง หน่วยงานภาคการเงินต้องเข้าไปช่วยลดภาระดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน การสร้างอาชีพหรือสร้างรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องค่าแรง ตราบใดที่มีความสมดุลภายใต้กรอบไตรภาคี ในกรอบกฎหมายก็ปรับขึ้นได้ อย่างไรก็ดี มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ ถ้าเพิ่มค่าแรงมาก ๆ ก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ

ชาคร หนูคงใหม่