เดือด! "มอเตอร์โชว์ 2025" ค่าย EV เปิดศึกหั่นราคา l การตลาดเงินล้าน

มีรายงานข่าวว่า งานมอเตอร์โชว์ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงาน พร้อมกันนี้ ค่ายรถยนต์ต่างก็นำเสนอโปรโมชัน และข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ ดอกเบี้ย 0% และระยะเวลาการผ่อนที่ยาวนานถึง 84 เดือน รวมไปถึงการมอบฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง, การรับประกันแบตเตอรี่ และของแถมของสมนาคุณต่าง ๆ เช่น ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง ส่วนลดค่าติดตั้ง อีวี ชาร์จเจอร์ และบริการหลังการขาย เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศแคมเปญส่วนลดราคา ยิ่งทำให้การแข่งขันภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ดุเดือดมากขึ้น โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์อีวีจีน เช่น BYD ที่ประกาศปรับลดราคารถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นลงในงานนี้ ซึ่งมีส่วนลดตั้งแต่ 30,000 บาท ไปจนเกือบ ๆ 400,000 บาท  ตัวอย่างเช่น บีวายดี ดอลฟิน (BYD DOLPHIN) รุ่น สแตนดาร์ด เรนจ์ (Standard Range) จากราคาเดิม 569,900 บาท ลดลงมาเหลือไม่ถึง 5 แสนบาท คืออยู่ที่ 499,900 บาท ส่วนรุ่น เอ็กซ์เทนเด็ด เรนจ์ (Extended Range) จากเดิมราคา 709,900 บาท เหลือ 599,900 บาท เป็นต้น

สรุปข่าว

งานมอเตอร์โชว์ 2025 ปีนี้ดุเดือดมากขึ้น จากการที่ค่ายรถยนต์อัดโปรโมชันกันเต็มพิกัด โดยเฉพาะการให้ส่วนลดราคา ซึ่งหลายรุ่นราคาลดลงไปเป็นหลักหลายแสนบาท โดยเฉพาะกลุ่มอีวีจีน ท่ามกลางสถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในประเทศ ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ยังคงชะลอตัว จะไปติดตามในเรื่องนี้ ขณะที่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ยังคงสร้างสีสัน ล่าสุด เอ็มจี เปิดตัว New MG S5 EV (นิว เอ็มจี เอสไฟว์ อีวี) เข้ามาเสริมทัพในปีนี้เพิ่มเติมด้วย

สำหรับในงานมอเตอร์โชว์ ปีนี้ คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บีวายดี และ เดนซ่า (DENZA) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย บอกว่า ได้นำรถมากกว่า 10 รุ่น มาจัดแสดง ซึ่งคาดว่าจะสร้างสีสันให้กับงานและความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าชมงาน รวมถึง การเป็นส่วนสำคัญหนึ่ง ของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์และตลาดรถยนต์ใหม่ของไทย

ด้านค่าย MG สู้ศึกราคานี้เช่นกัน โดยประกาศข้อเสนอพิเศษ เฉพาะภายในงาน ทำให้ นิว เอ็มจี โฟร์ อิเล็กทริก (NEW MG4 ELECTRIC) ราคาลดลงไปตั้งแต่ 100,000 ถึง 150,000 บาท  โดย สแตนดาร์ด เรนจ์ รุ่น D จากราคาปกติ 709,900 บาท ลดลงเหลือราคาเริ่มต้นที่ 559,900 บาท และ ลอง เรนจ์ รุ่น D จากราคาปกติ 769,900 บาท เหลือ 664,900 บาท  รวมถึง NEW MG IM6 (นิว เอ็มจี ไอเอ็ก ซิกซ์) ที่เพิ่มทางเลือกพิเศษในงาน กับราคาเริ่มต้นที่ 1,299,900 บาท 

ทั้งนี้ แคมเปญส่วนลดพิเศษดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2568 โดยข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ระหว่างเดือน มกราคม ถึงกุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนการผลิตรถยนต์รวม ทั้งสิ้น 222,590 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ร้อยละ 19.29 

ส่วนยอดขายรถยนต์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี มียอดขายรวม อยู่ที่ 97,359 คัน ลดลงร้อยละ 9.53 หรือ เกือบ ๆ 10% 

ตัวเลขเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่มีการรายงานล่าสุด ยอดการผลิตมีจำนวนทั้งสิ้น 115,487 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ร้อยละ 13.62 แบ่งเป็น ยอดการผลิตเพื่อส่งออก มีจำนวน 78,535 คัน ลดลงไปร้อยละ 9.48 และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,952 คัน ลดลงร้อยละ 21.26 และยอดขายรถยนต์เดือนกุมภาพันฑ์มีจำนวน 49,313 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม ปีเดียวกัน ที่ร้อยละ 1.2 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ร้อยละ 6.68 เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ 

ขณะที่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ยังคงสร้างสีสันให้กับงานมอเตอร์โชว์ ปีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เอ็มจี เปิดตัวรถรุ่นใหม่ในงานอีก 1 รุ่นคือ NEW MG S5 EV (นิว เอ็มจี เอสไฟว์ อีวี) ซึ่งเป็น เอสยูวี ไฟฟ้า รุ่นแรกที่พัฒนาบน เนบิวลา เพียว อิเล็กทริก แพลตฟอร์ม (NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM) ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกันกับโกลบอลโมเดล อย่าง นิว เอ็มจีโฟว์ อิเล็กทริก และถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่ม B-SUV ไฟฟ้าอีกด้วย

เกี่ยวกับรถรุ่นใหม่นี้ คุณ พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิว เอ็มจี เอสไฟว์ อีวี รุ่นนี้ จะเข้ามาตอบโจทย์เพนพ้อยท์ของคนไทยที่กังวลในการใช้รถอีวี โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน และยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มีอัตราเร่งตั้งแต่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.1 วินาที

โดยนำมาเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่นย่อย และมาพร้อมกับราคาพิเศษในช่วงเปิดตัวอีกด้วย เช่น รุ่น D (ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น) ราคาในช่วงเปิดตัว อยู่ที่ 719,900 บาท จากราคาคาดการณ์จำหน่าย จะอยู่ที่ 739,900 บาท 

คุณ พงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า รถรุ่นนี้ ยังถือเป็น โกลบอลโมเดล ที่จะทำตลาดในอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งหลังจากนี้ จะทะยอยเปิดตัวต่อเนื่อง ทั้งในสหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และยังเป็นรุ่นล่าสุดที่ เอ็มจี ได้เริ่มเดินสายการผลิตในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล รองรับตลาดในประเทศและแผนการส่งออกในอนาคต และสำหรับรุ่นนี้ มีกำหนดส่งมอบรถให้ลูกค้าภายในเดือนเมษายน 2025 นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังให้มุมมองต่อสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทย ด้วย โดยคาดการณ์ว่า ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นสภาวะพายุเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าจุดต่ำสุดของตลาดรถยนต์น่าจะผ่านไปแล้ว และคาดว่า ปีนี้ ตลาดน่าจะอยู่ในระดับทรงๆ ตัว จากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นอีกครั้งในปีหน้า (2569)

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

avatar

พัสวี ฐิติพรวัฒนกุล