
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.5 อย่างเป็นเอกฉันท์ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ สะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายยังรอเวลาในการประเมินผลกระทบจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นกับญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาการส่งออกอย่างมาก
ในแถลงการณ์ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวในระดับปานกลาง แม้ว่าจะมีความเปราะบางในบางส่วน เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและราคาสินค้าในญี่ปุ่น รวมถึงสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ค่าจ้างของภาคเอกชนและพฤติกรรมที่ถูกกำหนดจากราคา

สรุปข่าว
ธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุด้วยว่า คาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง โดยราคาข้าวมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูง และผลจากมาตรการรัฐที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อจะหายไปในปีงบประมาณ 2568
ทั้งนี้ การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่นเกิดขึ้นก่อนหน้าที่การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเสร็จสิ้นในวันที่ 19 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งคาดกันว่าเฟดน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นน่าจะหารือเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเร็วที่สุดในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากการปรับขึ้นค่าจ้างและต้นทุนอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเดือนมกราคม ธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับร้อยละ 0.5 จากร้อยละ 0.25 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังจากยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ใช้มานาน และส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเศรษฐกิจเติบโตและเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมาย