ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 68 นักท่องเที่ยวอิสราเอลที่เข้ามาเที่ยวในไทย เติบโตสูงถึง 125% หรือมีจำนวน 69,901 คน สูงเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 67 จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในปี 67 ชาวอิสราเอลเที่ยวไทยมีจำนวน 2.8 แสนคน เติบโตกว่า 30% จากปี 66
ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ใช่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวอิสราเอล แต่เป็น 1 ในจุดหมายปลายทางที่อัตราการเติบโตเร่งตัวขึ้นในปี 67 จากรายงานของสำนักงานสถิติกลางของอิสราเอล ระบุว่า ในปี 67 มีชาวอิสราเอลเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 7.1 ล้านคน ลดลง 22% จากปี 66 ที่มีจำนวน 9.1 ล้านคน โดยชาวอิสราเอลเดินทางมาเที่ยวไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของชาวอิสราเอลที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด และเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 66
สรุปข่าว
สำหรับทั้งปี 68 คาดว่านักท่องเที่ยวอิสราเอลเที่ยวไทย จะมีจำนวน 3.5 แสนคน เพิ่มขึ้น 25% จากปี 67 ปัจจัยจากการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส ทำให้ชาวอิสราเอลเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวอิสราเอล มีสัดส่วนประมาณ 0.9% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด สำหรับจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี แม่ฮ่องสอน (ปี 66 นักท่องเที่ยวอิสราเอล เที่ยวที่แม่ฮ่องสอนประมาณ 3 หมื่นคน) และเชียงใหม่
โดยรายได้ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวอิสราเอลในปี 68 คาดมีมูลค่าประมาณ 29,350 ล้านบาท เติบโต 23% จากปี 67 โดยนักท่องเที่ยวอิสราเอล เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8.3 หมื่นบาท/คน/ทริป เนื่องจากระยะเวลาวันพักในไทยที่ยาวเฉลี่ยประมาณ 18.5 วัน และเมื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 4,500 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยประมาณ 8%