ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดทรัพย์สินดิจิทัล เงินสด 15,570 ดอลลาร์สหรัฐ รถยนต์เลกซัสเอสยูวี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรายการ ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
ผลการสอบสวนระบุว่า "ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2016 ถึงเดือนมกราคม 2018 ผู้ต้องหาได้ดำเนินการเสนอขายหลักทรัพย์ในรูปแบบการลงทุนใน 'โครงการให้กู้ยืม' ของบิตคอนเน็กต์ ซึ่งเป็นธุรกรรมในลักษณะฉ้อโกงและไม่ได้ลงทะเบียนจากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนที่อยู่ในอินเดีย"
บิตคอนเน็กต์ล่มสลายในปี 2018 หลังจากเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่ออกคำสั่งให้ยุติการดำเนินงาน
ในปี 2022 เกล็น อาร์คาโร ผู้ส่งเสริมการขายระดับสูงของแพลตฟอร์มในสหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 38 เดือน พร้อมทั้งสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้เสียหายทั่วโลก
ตามข้อมูลจากสาทิช คุมภานี ผู้ก่อตั้งบิตคอนเน็กต์ ได้ใช้ "โปรแกรมเทรดแบบซื้อขายตามความผันผวน" เพื่อสร้างผลตอบแทน 40% ต่อเดือน นอกจากนี้ โปรแกรมดังกล่าวยังแสดงผลตอบแทนปลอมบนเว็บไซต์ 1% ต่อวัน หรือประมาณ 3,700% ต่อปี
จากการสืบสวนพบว่า บิตคอนเน็กต์เกี่ยวข้องกับ "เครือข่ายธุรกรรมที่ซับซ้อน" ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการผ่าน "ดาร์กเว็บ" บริษัทได้ปกปิดธุรกรรมที่ดำเนินการในกระเป๋าเงินดิจิทัลจำนวนมาก
ทั้งนี้ มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ลงทุนในบิตคอนเน็กต์ด้วย สำนักงานบังคับใช้กฎหมายของอินเดียกำลังสอบสวนผู้ต้องหาหลักในคดีนี้ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา
สรุปข่าว