

สรุปข่าว
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ประเมินภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตราวร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบปีก่อน (YOY) ที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 4.8 YOY ในปี 2567 จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของการบริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาฟื้นตัว
รวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่คาดว่าจะดำเนินในปี 2568 เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องจากปี 2567 (เฟส 2 และเฟส 3) และนโยบาย E-tax ของภาครัฐ หากรัฐบาลเร่งให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ E-tax อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยลบที่ยังต้องระมัดระวัง เช่น ราคาสินค้ายังอยู่ในระดับสูง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีความเปราะบาง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กดดันกำลังซื้อ รวมไปถึงความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่อาจจะไม่เป็นไปตามเป้า
ทั้งนี้ SCE EIC มองว่ากลุ่มที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นหมวดร้านค้าสินค้าจำเป็น เช่นร้านสะดวกซื้อ หรือ Convenience store (CVS) , Supermarket, Hypermarket ซึ่งมียอดขายที่เติบโต รวมถึงมีการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฯ
ขณะที่กลุ่มที่ตอบโจทย์เทรนด์ต่าง ๆ เติบโตได้ดีต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจ Health & Beauty ได้รับอานิสงส์จากกระแสรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน และเทรนด์
Travel เป็นต้น
กลุ่มที่เติบโตแต่ยังมีข้อจำกัด เช่น Department store เนื่องจากเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากกำลังซื้อที่เปราะบาง ร้านค้าเฉพาะทางที่มีความหลากหลาย รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ ขณะที่กลุ่มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่ สินค้าแฟชั่น เนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้า Home & Garden จากการซบเซาของตลาดที่อยู่อาศัย
ทีมา TNN
ที่มาข้อมูล : -