สรุปข่าว
ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้น แต่ยังไม่มากนัก แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่อแววบานปลาย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันล้นตลาด และยังไม่มีหลักฐานของการหยุดชะงักด้านการผลิต แตกต่างจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ราคาขยับขึ้นถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะนี้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวเหนือระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 3 ในช่วง 3 วันหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกไปยังอิสราเอล และอิสราเอลประกาศจะตอบโต้
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบใหม่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังอาจสะเทือนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการผลิตและส่งออกน้ำมัน
“เควิน บุ๊ก” กรรมการผู้จัดการ “เคลียร์วิว เอเนอร์ยี พาร์ตเนอร์ส” กล่าวกับ CNN ว่า ตลาดน้ำมันประเมินความเสี่ยงจากความขัดแย้งรอบใหม่ในตะวันออกลางต่ำเกินไป
เพราะหากอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมันของอิหร่าน ราคาน้ำมันอาจจะขยับจาก 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปสู่ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ว่าอิหร่านจะยังอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยังสามารถขายน้ำมันในตลาดโลกได้ ซึ่งส่วนใหญ่ขายให้กับจีน ขณะที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่านอยู่ที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนสิงหาคม
ในทางทฤษฎี ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก สามารถทดแทนน้ำมันของอิหร่านได้ แต่อันตรายที่มากกว่านั้น คือ การที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญ
“เคลียร์วิว” ประเมินว่า การขนส่งที่หยุดชะงักบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่มาข้อมูล : -