สรุปข่าว
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยซึมยาว เจอโรคกุ้งรุมเร้ากว่า 10 ปี ซ้ำเอกวาดอร์โอเวอร์ซับพลาย ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกุ้งไทยประสบปัญหาโรคระบาด 4 โรคหลัก ที่พบบ่อยในประเทศไทย คือโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) โรคตายด่วน (EMS) โรคขี้ขาวอีเอชพี (EHP) และโรคแคระแกร็น (IHHNV) ส่งผลให้ไทยที่เคยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งทะเลเบอร์ 1 ของโลก ผลผลิตเคยสูงสุดที่ 640,000 ตัน เมื่อปี 2553 แต่ด้วยผลกระทบจากการระบาดของโรค โดยเฉพาะ EMS ทำให้ตั้งแต่ปี 2555 ปริมาณผลผลิตกุ้งไทยลดลง คาดการณ์ว่าปี 2567 นี้ ผลผลิตกุ้งไทยจะผลิตได้ประมาณ 300,000 ตัน หรือลดไปถึงมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เคยทำได้มากที่สุด
โดยปกติสถานการณ์กุ้งตกต่ำเกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว อันเป็นผลจากผลผลิตกุ้งส่วนใหญ่ออกพร้อมกันทั้งประเทศ แต่เกษตรกรก็ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนแก้ปัญหาจนกระเตื้องขึ้นได้ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีหลายปัจจัยที่ทำให้ราคากุ้งตกต่ำทั่วโลก ทั้งพิษเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีออร์เดอร์ลดลง ผลพวงจากภาวะสงคราม ค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นเกิน 100% กำลังซื้อจึงลดลง
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคากุ้งไทยตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง เกิดจากเอกวาดอร์โอเวอร์ซับพลาย ผลิตกุ้งออกสู่ตลาดโลกจำนวนมากถึง 1,200,000-1,500,000 ตัน ต้นทุนต่ำจากการที่มีพื้นที่เลี้ยงค่อนข้างมาก จึงสามารถปล่อยเลี้ยงบางได้ ทำให้ไม่ค่อยเกิดปัญหาเรื่องโรค
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยบวกสำหรับกุ้งไทย เมื่อประเทศคู่แข่ง 4 ประเทศ อย่าง เอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ พิจารณาไต่สวนเพื่อใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD, CVD) สินค้ากุ้ง ที่จะประกาศผลปลายปีนี้ หากผลสอบสวนออกมาว่าทั้ง 4 ประเทศ มีการทุ่มตลาดส่งออกกุ้งไปยังตลาดอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม อาจส่งผลให้ทั้ง 4 ประเทศ โดนเรียกเก็บภาษี AD,CVD สูงถึง 10% ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับกุ้งไทย
ที่มา TNN
ที่มาข้อมูล : -