

สรุปข่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ที่มีการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ว่า ในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้สูงมาก โดยให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้สูงขึ้นถึงร้อยละ 25
ทั้งนี้การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีนี้หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ยังถือว่าสูงขึ้น โดยการจัดเก็บรายได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2566 - พ.ค. 2567 สูงขึ้นกว่าเดิมถึงร้อยละ 11 โดยในช่วงเดือน ต.ค. 2566 - เม.ย. 2567 นั้นสูงกว่าเป้าประมาณร้อยละ 9 เมื่อรัฐบาลยกเลิกมาตรการการอุดหนุนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลก็ทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมฯ เพิ่มขึ้นด้วย
ในระยะต่อไป ก็มั่นใจว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ส่วนการประเมินการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ทั้งปีในปีนี้ อยู่ระหว่างการประเมิน แต่เชื่อว่าทิศทางจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ขนาดที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โตได้ประมาณประมาณ 2 แต่เราก็ยังจัดเก็บรายได้ได้สูงกว่าเป้าและสูงกว่าจีดีพีมาก ตอนนี้ก็สูงกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 11 ที่ผ่านมากรมฯ ได้สนับสนุนทั้งนโยบายการลดภาษีน้ำมัน และภาษีสรรพสามิตของรถยายนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี
ทั้งนี้ช่วยให้ประเทศไทยนั้นมีการลงทุนของอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น อุตสาหกรรมรถอีวี ที่เราเก็บภาษีแค่ร้อยละ 2 ส่วนภาษีรถยนต์สันดาปเราเก็บภาษีได้ร้อยละ 25-30 ซึ่งแม้ว่าจัดเก็บภาษีน้อยลงก็ทำให้ยอดอีวี มียอดการเติบโตถึง 600% ในปีนี้ ช่วยสร้างอุตสาหกรรมใหม่
ภาพจาก: AFP
ที่มาข้อมูล : -