

สรุปข่าว
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ผ่านมาได้เผชิญกับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ดังนั้นในงวดใหม่ (ก.ย.-ต.ค. 66) ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมจะพิจารณาเร็วๆนี้ มีปัจจัยหนุนที่มองว่าควรจะลดลงกว่า 10% จากงวด พ.ค.-ส.ค. 66 ดังนั้นเมื่อพิจารณารายละเอียดค่าไฟเฉลี่ยงวดใหม่จึงไม่ควรเกิน 4.25 บาท/หน่วย จากเดิม 4.70 บาท/หน่วย
โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญมี 5 ปัจจัยได้แก่
1. ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยโดยเฉพาะจากแหล่งเอราวัณทยอยเพิ่มจาก 200 เป็น 600 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (MMBTU) ในช่วงปลายปี
2. ปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ลดลง
3. ราคา LNG Spot ลดลงมากกว่า 30%
4. ราคาพลังงานโลก มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
5. หนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งงวดแรกและงวดที่ 2 ลดลงเร็วกว่าแผนด้วยต้นทุนจริง LNG ต่ำกว่าที่เรียกเก็บ Ft
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเพียงแค่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมา ดังนั้นเอกชนและประชาชนจึงต้องการเห็นการบริหารค่าไฟที่ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ควรประสานผู้ที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยข้อมูลต่างๆ และหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่สะท้อนให้เร็วกว่าการรอพิจารณา 4 เดือน และควรร่วมบริหารแบบทิศทางเดียวกันหรือ One Team
ฝั่งผู้ควบคุม ควรประสานผู้เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง และเปิดเผยข้อมูล อาทิ สมมุติฐาน ต้นทุนต่างๆในการคำนวณเอฟที รวมทั้งพิจารณาการคาดการ์ต้นทุนที่เร็วกว่ารอตามงวด 4 เดือน
ทั้งนี้ ฝั่งผู้ปฏิบัติการ ควรมีส่วนร่วมบริหารแบบทีมเดียวกัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านพลังงาน ค่าไฟฟ้าของประเทศให้ดีที่สุด รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบตามหลักธรรมาภิบาล
แฟ้มภาพ MEA
ที่มาข้อมูล : -