

สรุปข่าว
สำนักงานกกพ. ระบุ ค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2566 ลดได้อย่างน้อย 20 สตางค์ต่อหน่วย เหตุต้องใช้หนี้ กฟผ. ด้วยกว่า 1 แสนล้านบาท
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟงวดปลายปี 2566 (กันยายน-ธันวาคม) ว่า เบื้องต้นค่าไฟมีโอกาสจะลดลงอย่างต่ำ 20 สตางค์ต่อหน่วย จากประมาณค่าไฟลดลงรวม 48 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากต้องนำ 28 สตางค์ต่อหน่วยคืนหนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่รับภาระค่าไฟแทนประชาชนกว่า 1 แสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา
โดยขณะนี้ สำนักงานกกพ. อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอข้อมูลต่ออนุกรรมการค่าเอฟที ซึ่งคาดว่าจะเข้าพิจารณาต้นเดือนก.ค. 2566 ก่อนจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกกพ. เพื่อสรุปเป็นทางการอีกครั้งต่อสาธารณชนไม่เกินเดือนก.ค. 2566
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าไฟงวดปลายปีลดลงเนื่องจากราคาเนื้อก๊าซธรรมชาติ เฉลี่ยจากทุกแหล่งทั้งอ่าวไทย เมียนมา และนำเข้าเฉลี่ยราคาลดลงเหลือ 323 บาทต่อล้านบีทียู จากงวดที่ผ่านมา (พฤษภาคม-สิงหาคม2566 ราคา 378 บาทต่อล้านบีทียู) ทำให้ปัจจุบันค่าไฟ (งวดพฤษภาคม-สิงหาคม 2566) อยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย
ส่วนประเมินราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) คาดว่าจะลดลงเหลือระดับ 12-13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ขณะที่ปริมาณก๊าซอ่าวไทยจะเพิ่มขึ้นระดับ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งราคาอ่าวไทยถูกต่ำกว่า 10 เหรียญฯต่อล้านบีทียู ขณะที่ค่าเงินบาทระดับ 34 บาทต่อเหรียญฯ ราคาน้ำมันดิบระดับ 76 เหรียญฯต่อบาร์เรล และถ่านหิน 138 เหรียญฯ ต่อตัน
แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนม.ค.-เม.ย.2567 ที่แนวโน้มราคานำเข้า LNG จะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มสภาพอากาศของยุโรป ก็อาจจะมาเฉลี่ยกับปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่คาดว่าจะมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยตรงนี้ไม่อาจจะทำให้ค่าไฟลดลง แต่หากจะให้ลดลงมากกว่านี้หรือ 70 สตางค์ต่อหน่วย ก็สามารถทำได้โดยการเปลี่ยนสูตร โดยให้ใช้ก๊าซในราคาเดียวกันหมด (ซิงเกิล พลู) ที่ให้คิดว่าทุกคนใช้ก๊าซเดียวกัน
ภาพประกอบข่าว MEA
ที่มาข้อมูล : -