

สรุปข่าว
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัยอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า กัญชง กัญชาหลังรัฐปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด คาดอุตสาหกรรมมีมูลค่า 28,055 ล้านบาท แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ต้นน้ำมูลค่า 9,615 ล้านบาท
ช่อดอกแห้ง 8,123ล้านบาท ใบแห้ง 1,128 ล้านบาท เมล็ด 140 ล้านบาท ส่วนอื่นๆ 224 ล้านบาท
ผลิตภัณฑ์กลางน้ำสารสกัดเข้มข้น 12,410 ล้านบาทน้ำมันกัญชา/น้ำมันกัญชง1,383 ล้านบาท เส้นใยกัญชง 896 ล้านบาท
สำหรับผลิตภัณฑ์ปลายน้ำยารักษาโรคและอาหารเสริมมีมูลค่า 1,500 ล้านบาท อาหารและเครื่องดื่ม 1,200ล้านบาท เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์
ดูแลส่วนบุคคล 800ล้านบาท เครื่องนุ่งห่มและของใช้ส่วนตัว 250ล้านบาท
ทั้งนี้เห็นว่าผู้ประกอบการนิยมทำอาหารเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น แต่ของต่างประเทศเป็นเครื่องสำอางแชมพู ครีม สูตรสมุนไพร ส่วนเครื่องนุ่งห่มจะใช้ตัวใยเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า เนื่องจากมีความเหนียวมากกว่าใยฝ้าย
ส่วนเกษตรกรสัดส่วน 30% ที่มีส่วนร่วมปลูก สามารถนำมาขายทั้งช่อดอก เมล็ด ใบ และต้นแห้ง ถ้าให้ความรู้เกษตรกรเป็นโอกาสทางธุรกิจ และการต่อยอด
ธุรกิจอาหารดูแลสุขภาพ
อย่างไรก็ตามในอีก 3 ปีข้างหน้า 2568 มูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น 42,800 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจะเติบโตเร่งกว่าปัจจุบัน นอจากนี้จะเห็นเทรนด์เติบโตเป็นเลข 2 หลัก หรือ 10-15%คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรสูงถึง 800,000 บาทถึง 1.2 ล้านบาทต่อไร่ต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อไร่ต่อปี ขณะที่เกษตรกรปลูกข้าวจะมีรายได้เพียง 10,000-15,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ยอมรับว่าประชนคนมีความรู้กัญชา กัญชงน้อย และกังวลต่อการบริโภคว่ามีอันตรายมากแค่ไหน ซึ่งเห็นว่างานวิจัยของรัฐต้องศึกษาแบบบูรณา เช่น ควรทดลองใช้กัญชาทางการแพทย์ และสอดรับดีเอ็นเอของคนไทย โดยสิ่งที่คนกังวลเรื่องการใช้ผิดประเภท เด็กและเยาวชน ปัญหาการเสพเกินขนาด ดังนั้นอยากให้กำหนดอายุคนซื้อและคนใช้และการบังคับใช้กฏหมายต้องรัดกุม รวมถึงความห่วงใยสังคมยังไม่สูงมากนัก
" ผู้ผลิตต้องการทำธุรกิจ แต่ประชาชนห่วงใยการใช้ผิดประเภท พราะถ้าเข้าง่ายเกินไปจะมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน "
ที่มา หอการค้าไทย
ภาพประกอบ หอการค้าไทย,พิกซาเบย์
ที่มาข้อมูล : -