
ชาวอเมริกันเตรียมเจอของแพง เหล้า เบียร์ รถยนต์ บ้าน อาหาร จากทรัมป์เปิดศึกภาษีโลกและไทย
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้หลายสิบประเทศและดินแดนทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย
นี่คือยกที่ 2 ของสงครามภาษียุคทรัมป์ 2.0 ที่ยกแรกอาจจำกัดวงแค่ แคนาดา เม็กซิโก จีน และสหภาพยุโรป แต่ยกนี้ คือกระจายไปทั้งโลก แต่ทำไมอาจเป็นคนอเมริกันนั่นแหละ ที่ต้องทุกข์ทรมานที่สุด จากของแพง
เรามาดูว่า มีอะไรบ้างที่คนอเมริกันต้องเสียแพงขึ้น ในวันที่ทรัมป์ทำสงครามภาษีกับทั่วโลก

สรุปข่าว
ยานยนต์
รู้ไหมว่า สหรัฐฯ นำเข้ารถยนต์ 8 ล้านคัน (2024) คิดเป็นมูลค่าการค้า 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลายบริษัท มีฐานผลิตรถยนต์ในเม็กซิโกและแคนาดา
บทความจาก BBC ประเมินว่า ราคารถยนต์จะแพงขึ้นถึง 137,500 – 343,775 บาทต่อคันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่
เพราะราคาเฉลี่ยตอนนี้เอง ก็ทุบสถิติไปแล้ว อยู่ที่คันละ 1.7 ล้านบาท เมื่อปลายปีที่แล้ว
เบียร์ วิสกี้ ไวน์ และเหล้าเกือบทุกชนิด
สหรัฐฯ นำเข้าเบียร์มหาศาล ผู้ผลิตเหล้าหลายชนิดก็อยู่ในประเทศอื่น การขึ้นภาษีตอบโต้ จะทำให้ราคาแพงขึ้น
ยกตัวอย่าง เบียร์ยี่ห้อโมเดโล และโคโรนา ที่คนอเมริกันชื่นชอบจะแพงขึ้น
ภาษีอะลูมิเนียม ก็จะทำให้ราคาเบียร์กระป๋องแพงขึ้นด้วย ซึ่งคนอเมริกันดื่มเบียร์จากกระป๋องคิดเป็น 64.1%
บ้านและที่อยู่อาศัย
สหรัฐฯ แต่ละปีนำเข้าไม้แปรรูปเนื้ออ่อนถึง 1 ใน 3 จากแคนาดา และไม้เองก็เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีจากแคนาดาด้วย เพราะทรัมป์บอกว่า ป่าอเมริกาก็มีตั้งเยอะ
เมื่อราคาไม้แพงขึ้น ราคาบ้านก็แพงขึ้นตาม เพราะบ้านส่วนใหญ่ในอเมริกาสร้างจากไม้
ผู้พัฒนาอสังหาฯ อาจสร้างบ้านน้อยลง เพราะค่าวัตถุดิบแพง ทำให้การนำเข้าวัตถุดิบจากทั่วโลกกระทบไปอีกต่อ
เมเปิล ไซรัป
บางคนขาดของหวานอาจเหมือนขาดใจ แต่ถ้าของขวานแพงขึ้นล่ะ รู้ไหมว่า แคนาดาเป็นผู้ผลิตเมเปิล ไซรัป รายใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็น 75% ของการผลิตทั้งหมดในโลก
แล้วถ้าเมเปิล ไซรัป ถูกขึ้นภาษี คนอเมริกันก็ต้องจ่ายเพิ่ม ขณะที่อาหารที่ใช้เมเปิล ไซรัป ก็จะมีราคาแพงขึ้นด้วย
เชื้อเพลิงและน้ำมัน
แคนาดาคือผู้ส่งออกน้ำมันดิบไปยังอเมริกา รายใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 61% (ม.ค.-พ.ย. 2024)
แล้วตรงนี้เกี่ยวอะไรกับสหรัฐฯ ที่บอกว่า สหรัฐฯ ก็มีแหล่งน้ำมันมหาศาลอยู่เองได้อยู่แล้ว
นั่นเพราะหากแคนาดาลดการส่งออกน้ำมันดิบไปสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ ราคาเชื้อเพลิงหลายรูปแบบในอเมริกาจะแพงขึ้น
เพราะโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในสหรัฐฯ สร้างไว้เพื่อกลั่นน้ำมันดิบ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ นั่นเอง
อะโวคาโด
เม็กซิโกเป็นผู้ผลิตอะโวคาโดรายใหญ่ และ 90% ของอะโวคาโดที่คนอเมริกันบริโภคก็มาจากเม็กซิโก
แล้วเมื่ออะโวคาโดต่อผลจะแพงขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้า อาหารที่ใช้อะโวคาโดผลิตก็จะแพงขึ้นตาม
สรุปแล้วตั้งแต่บ้าน ไปถึงเชื้อเพลิงรถยนต์ และอาหาร คนอเมริกันเองก็ต้องเจอกับความยากลำบาก จากการขึ้นภาษีนำเข้าประเทศอื่นของผู้นำตนเองด้วย ไม่มากก็น้อย
ที่มาข้อมูล : BBC and Reuters
ที่มารูปภาพ : Reuters

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล