หุ้น Apple ร่วง 7.5% ตลาดเทคฯ ปั่นป่วน หลังประกาศมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์

การประกาศมาตรการภาษีใหม่จากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นเทคโนโลยี โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่า "มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และลดการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงนำงานด้านการผลิตกลับมายังสหรัฐอเมริกา" โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท แอปเปิล (Apple) เนื่องจากมาตรการภาษีใหม่ของรัฐบาลทรัมป์พุ่งเป้าไปยังหลายประเทศซึ่งเป็นแหล่งจัดหาชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับอุปกรณ์ iPhone, iPad และ Mac

หุ้น Apple ร่วง 7.5% ตลาดเทคฯ ปั่นป่วน หลังประกาศมาตรการภาษีใหม่จากทรัมป์

สรุปข่าว

มาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 2 เมษายน 2025 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Apple เนื่องจากภาษีที่เพิ่มขึ้นในจีนและไต้หวันซึ่งเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนสำคัญ และภาษีตอบโต้ในประเทศอื่น ๆ เช่น เวียดนาม ไทย และอินเดีย ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้หุ้น Apple ร่วงลงอย่างหนัก และกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ นักวิเคราะห์กังวลว่ามาตรการนี้จะทำให้ Apple ต้องขึ้นราคาสินค้า ซึ่งอาจลดความต้องการของผู้บริโภค และหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะพิจารณาให้ข้อยกเว้นเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ตามรายงานจากสำนักข่าว The New York Times อ้างว่าปัจจุบัน บริษัท แอปเปิล (Apple) กำลังเผชิญกับภาษีนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์จากจีน และมีกำหนดจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเป็นปัญหาต่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุปกรณ์ เพราะต้องจัดซื้อในราคาที่สูงขึ้น อีกทั้งไต้หวัน ที่มีการเพิ่มภาษีนำเข้าถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังเป็นแหล่งที่แอปเปิล (Apple) จัดหาชิปซิลิคอนสำหรับใช้ในอุปกรณ์ ของ แอปเปิล (Apple) ทั้งหมดด้วย

อย่างไรก็ตามแอปเปิล (Apple) ก็มีมาตรการรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม และไทย แต่มาตรการภาษีใหม่มีอัตราภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างมากในประเทศเหล่านี้เช่นกัน นอกเหนือจากจีน และไต้หวันโดยมีอัตราภาษีพื้นฐาน 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับคู่ค้าทางการค้าของสหรัฐฯ ทั้งหมด

เรื่องราวยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ยังได้กำหนดสิ่งที่เรียกว่า "ภาษีตอบโต้" ในบางประเทศที่กล่าวกันว่าราคาสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ถูกทำให้สูงขึ้นโดยมาตรการของรัฐบาลต่างประเทศ อัตราที่สูงขึ้นเหล่านี้มีกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า วันที่ 9 เมษายน 2025 โดยกำหนดอัตราภาษีตอบโต้ให้ เวียดนาม 46 เปอร์เซ็นต์ ไทย 36 เปอร์เซ็นต์ จีน 34 เปอร์เซ็นต์ ไต้หวัน 32 เปอร์เซ็นต์ อินเดีย 26 เปอร์เซ็นต์ ญี่ปุ่น และ มาเลเซีย 24 เปอร์เซ็นต์  และสหภาพยุโรป (EU) 20 เปอร์เซ็นต์

ผลกระทบจากมาตรการนี้ปรากฏชัดเจนในตลาดหุ้น โดยหุ้นของ แอปเปิล (Apple) ร่วงลงมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ในการซื้อขายหลังตลาดปิด ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Nvidia, Tesla, Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความกังวลว่ามาตรการภาษีนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจของ แอปเปิล (Apple) และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ หากบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถปรับตัวและลดต้นทุนการผลิตได้ พวกเขาอาจต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลง

โดยมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) บริษัทการเงินระดับโลกที่ให้บริการด้านการลงทุน การจัดการสินทรัพย์ และบริการทางการเงิน ประมาณการว่าอุปกรณ์ที่นำเข้าจากจีนจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 8.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.5 แสนล้านบาทต่อปีสำหรับ แอปเปิล (Apple) หากไม่ได้รับการยกเว้น

หวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจพิจารณาให้ข้อยกเว้นสำหรับบางบริษัทหรือบางผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อการซื้อขายในตลาดโลก เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนในปี 2018 อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการยกเว้นภาษียังคงไม่แน่นอน และหากไม่มีการยกเว้น อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ แอปเปิล (Apple) และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบัน แอปเปิล (Apple) ยังไม่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว

มาตรการภาษีใหม่นี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลกโดยมาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินของประเทศที่ถูกเก็บภาษี และอาจนำไปสู่สงครามการค้าระหว่างประเทศ


avatar

ณัฐศักดิ์ อนุตรโพธิ์แก้ว