ส่งกลับ! คนไทยร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในกัมพูชา

ส่งกลับ! คนไทยร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในกัมพูชา

สรุปข่าว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส  เปิดเผยถึงการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา  ว่า กระทรวงดีอีเอส ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสืบสวนสอบสวน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของกัมพูชา เข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีคนจีนเป็นหัวหน้าแก๊ง และมีคนไทยที่ถูกว่าจ้างไปเป็นทีมกว่า 300 คน ใช้วิธีการโทรเข้ามาหลอกคนไทยให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้ พบคนไทยกว่า 30 คน โดยลักษณะอาคารสำนักงานเป็นเหมือนอพาร์ตเม้นต์ขนาดใหญ่ที่น่าจะอยู่อาศัยได้ถึง 300 คน มีโทรศัพท์เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งหัวหน้าแก๊งค์ คือ นายพยัคฆพล ทำงานร่วมกับแก๊งมาเฟียจีนที่เป็นนายทุน ซึ่งจากนี้ไปจะต้องประสานกับกัมพูชาไม่ให้มีการกระทำผิดลักษณะตั้งแก๊งค์มาหลอกคนไทยอีก 


ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.) ในฐานะหัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวนที่ 1 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยว่าผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 39 คน และคนจีนที่เป็นผู้บงการที่ถูกตำรวจไทยและกัมพูชาบุกจับกุมได้ที่กรุงพนมเปญและเมืองสีหนุวิลล์  สืบเนื่องจากการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการกัมพูชาเพื่อร่วมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งได้ส่งตัวคนไทยทั้งหมดกลับมาดำเนินคดีที่ไทย ผ่านทางด่านชายแดน จ.สระแก้วแล้ว 


ส่งกลับคนไทยร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา-ขยายผลล่ามาเฟียต่างชาติ



สำหรับขั้นตอนเมื่อถึงไทย ต้องผ่านพิธีการเข้าเมืองและต้องกักตัวตามมาตรการสาธารณสุข จากนั้น จะดำเนินการสอบสวนรายบุคคล เพื่อคัดแยกการกระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้ สตม.ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดพร้อมขยายผลในทุกมิติ เพื่อออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการต่อไป


ทั้งนี้ พล.ต.ต.พันธนะ ย้ำว่า เบื้องต้นคนไทยทั้งหมด ได้ลักลอบเดินทางออกจากเมืองไทยทางช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมาย เพื่อไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยผ่านนายหน้า ซึ่งเชื่อว่ามีนายทุนใหญ่เป็นคนจีนที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา  ซึ่งหากสอบสวนพบการกระทำความผิดใดเพิ่มเติม จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าก่อให้เกิดความเสียหายให้กับคนไทยจำนวนมากมูลค่าความเสียหายรวมเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาท 


สำหรับ นายพยัคฆพล อายุ 30 ปี ที่มีหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฟอกเงิน นั้น ถือเป็นตัวการใหญ่ที่ทำหน้าที่โอนเงินผ่านบัญชีต่างๆให้กับขบวนการนี้เบื้องต้นได้อายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว และจะดำเนินการยึดทรัพย์ตามขั้นตอนของ ป.ป.ง. ต่อไป


ส่งกลับคนไทยร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา-ขยายผลล่ามาเฟียต่างชาติส่งกลับคนไทยร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา-ขยายผลล่ามาเฟียต่างชาติ


ภาพจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :