TNN ครั้งแรกของโลก ! ททท. จับมือ Alipay+ เปิดตัว Alipay+ D-hub และบัตร Amazing Thailand e-Card

TNN

Tech

ครั้งแรกของโลก ! ททท. จับมือ Alipay+ เปิดตัว Alipay+ D-hub และบัตร Amazing Thailand e-Card

ครั้งแรกของโลก ! ททท. จับมือ Alipay+ เปิดตัว Alipay+ D-hub และบัตร Amazing Thailand e-Card

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ อาลีเพย์พลัส ต่อยอดความร่วมมือ เปิดตัวโปรแกรมสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล Alipay+ D-hub และบัตร Amazing Thailand e-Card

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ อาลีเพย์พลัส (Alipay+) ผู้ให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนบนมือถือ และผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลโซลูชัน ภายใต้ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้บริการ Alipay+ D-hub – Mini program บนแอปอาลีเพย์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานแรกของโลก ตอบรับกระแสความสนใจการท่องเที่ยวเมืองไทยจากนักเดินทางทั่วโลก


Alipay+ เสริมความแข็งแกร่งให้การท่องเที่ยวประเทศไทย

ททท. ได้เปิดตัวฟีเชอร์ Alipay+ D-hub และบัตรดิจิทัล  Amazing Thailand e-Card บนแอปอาลีเพย์ (Alipay) ที่จะรวมรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย, ข้อมูลร้านค้า ร้านอาหารที่แนะนำ, คู่มือการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ข้อมูลด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่สนใจเข้าไปศึกษาข้อมูลเพื่อการวางแผนการท่องเที่ยวในประเทศไทย


นอกจากนี้ ททท. ยังได้เปิดตัวบัตรดิจิทัล Amazing Thailand e-Card ที่จะช่วยผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้อเสนอ และโปรโมชั่นพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน


นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา, รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ อาลีเพย์พลัส มีส่วนช่วยผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไทยได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่เราตั้งไว้สำหรับปี 2024 เป็นไปตามที่กำหนด เรามีความยินดีที่ได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนการใช้จ่ายผ่านอาลีเพย์พลัส และการมีเครือข่ายร้านค้าที่รองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองรองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย อันมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มร้านค้ารายย่อยผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย”


Alipay+ ช่องทางใช้จ่ายหลักของนักท่องเที่ยวชาวจีน

ประเทศไทยคงเป็นจุดหมายอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมา โดยข้อมูลจาก ททท. รายงานว่า จากเดือนมกราคม - เมษายน ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาเยือนประเทศไทยแล้วกว่า 2,351,909  คน สอดคล้องกับข้อมูลจากอาลีเพย์พลัส ที่รายงานสถิติจำนวนครั้งของการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ e-wallet ในเครือข่ายของอาลีเพย์พลัส จากช่วงเทศกาลวันแรงงานที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 161% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดการเติบโตดังกล่าวยังสูงกว่าช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2019 อีกด้วย


ทั้งนี้ ททท. เป็นหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวจากภาครัฐหน่วยงานแรกของโลกที่ใช้งาน Alipay+ D-hub ซึ่งเป็นฟีเชอร์ในแอปอาลีเพย์ สำหรับการใช้งานในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อในปัจจุบันที่มีไลฟ์สไตล์ตามยุคดิจิทัลมากขึ้น และยังวางแผนที่จะขยายการให้บริการในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ที่ใช้จ่ายผ่านเครือข่ายของอาลีเพย์พลัส ต่อไปในอนาคต


เอ็ดเวิร์ด หยู, ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ , แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า  “ททท. เป็นหน่วยงานชั้นนำที่มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง  และสำหรับ อาลีเพย์พลัส เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ได้จากการสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านแพลต์ฟอร์มของเราทั้งในการชำระเงินบนมือถือ, กิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดอื่น ๆ รวมถึงการสร้างการเข้าถึงผ่านการใช้งานเทคโนโลยี และเพื่อต่อยอดความร่วมมือกับ ททท. เราพร้อมนำเสนอนวัตกรรมทางดิจิทัลร่วมกันกับ ททท. เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมีเอกลักษณ์ให้แก่นักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งการช้อปปิ้ง ซื้ออาหาร ได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ทโฟน และเราหวังว่าจะได้สานต่อความร่วมมือกับ ททท.เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2024 และเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อการท่องเที่ยวระดับโลก”


Alipay+ เสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นเรื่องง่าย

ระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2024 พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทยอยู่ที่ 12,127,447 คน โดยข้อมูลจาก อาลีเพย์พลัส ยังพบว่า จำนวนครั้งของการใช้จ่ายในระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2024 เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับ เดือนกันยายน - ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนครั้งการใช้จ่ายสูงสุดคือนักท่องเที่ยวจากจีนที่ใช้จ่ายผ่าน แอปอาลีเพย์ ตามมาด้วย แอปทัชแอนด์โก อีวอลเล็ต (Touch ‘n Go eWallet) จากมาเลเชีย, อาลีเพย์ ฮ่องกง (AlipayHK) จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และคาเคา เพย์ (Kakao Pay) จากเกาหลีใต้ และกิจกรรมการตลาดซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ อาลีเพย์พลัส ได้จัดทำขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานั้นยังส่งผลให้จำนวนครั้งการใช้จ่ายผ่านอาลีเพย์พลัส ในช่วงสงกรานต์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม


ปัจจุบันมีร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านเครือข่ายของ อาลีเพย์พลัส ในประเทศไทยกว่า 400,000 ร้านค้า รวมถึงในจังหวัดที่เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวนอกเหนือจากจังหวัดยอดนิยม อาทิ นครพนม จันทบุรี และลำปาง เพื่อนักท่องเที่ยวจะมีโอกาสเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไทยที่แตกต่างไปจากเดิม ผ่านร้านอาหารและคาเฟ่ สถานบริการสุขภาพและสปา และสถานที่ท่องเที่ยว สปา และ พระบรมมหาราชวัง ร้านขายของที่ระลึก นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว การชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสจากระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (MRT) จะเปิดให้ชำระได้ผ่านอาลีเพย์พลัส ในอนาคตอันใกล้นี้


ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ A Thailand+ Experience

เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้น ททท. และ อาลีเพย์พลัส ได้เปิดตัวแคมเปญ “A Thailand+ Experience” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยว โดยการนำเสนอสถานที่ และร้านค้าที่น่าสนใจในจังหวัดเมืองรองผ่านมุมมองของ KOL ที่ได้รับเลือกให้ร่วมแคมเปญ เพื่อเป็นข้อมูลให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเที่ยวเมืองรองได้เรียนรู้ผ่าน Alipay+ D-hub และเว็บไซต์ของ ททท. โดยนอกเหนือจากความสะดวกที่นักท่องเที่ยวจะได้รับผ่านการชำระเงินผ่านเครือข่ายอาลีเพย์พลัสเมื่อไปเที่ยวเมืองรองเหล่านี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้รับคูปองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกด้วย


อาลีเพย์พลัส  ซึ่งให้บริการภายใต้ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งแต่ปี 2020 ให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนบนมือถือสำหรับร้านค้ากว่า 88 ล้านแห่งใน 57 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก โดยมีผู้ใช้งานกว่า 1,500 ล้านบัญชี ผ่าน 25 ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลและแอปชำระเงินของธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้ผู้คนทั่วโลกในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว และเพื่ออำนวยความสะดวกให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าที่มากขึ้น และส่งเสริมการตลาดทางดิจิทัลแก่ร้านค้า


ข้อมูลและภาพจาก Ant International


ข่าวแนะนำ