TNN เปิดใจเจ้าของ "โรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี" ขอเลิกทำพลุตลอดชีวิต

TNN

ภูมิภาค

เปิดใจเจ้าของ "โรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี" ขอเลิกทำพลุตลอดชีวิต

เปิดใจเจ้าของ โรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ขอเลิกทำพลุตลอดชีวิต

เปิดใจเจ้าของ "โรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี" ขอเลิกทำพลุตลอดชีวิต



จากกรณีโรงงานพลุระเบิดในจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้ามูลนิธิกู้ภัยลงพื้นที่ระดมกำลังแบบปูพรม เพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุลคล ในวันนี้ ( 18 ม.ค. 67)


เหตุการณ์ครั้งนี้สามารถพิสูจน์ว่ามีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทั้งหมด 22 ราย  เราสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เบื้องต้นได้ 20 คนเป็นหญิง 12 คนชาย 8 คน ที่เหลือ 2 รายอยู่ในขั้นการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดเพื่อรอการยืนยัน นอกจากนี้ในบางพื้นที่ยังมีควันของกำมะถันค่อนข้างมากอยู่ จึงขอปิดกั้นพื้นที่ตรงนี้ไว้ยังไม่ให้มีบุคคลใดเข้าไป


หลังจากขั้นตอนการพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคล จะมีการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระบบตามระเบียบต่อไป จากกระทรวงยุติธรรม , กระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการเยียวยาญาติของผู้เสียชีวิต ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมประเมิน และช่วยเหลือเยียวยาทางด้านจิตใจ โดยร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ โรงพยาบาล, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งการช่วยเหลือทั้งหมดก็จะเป็นไปตามแนวทางนี้


เปิดใจเจ้าของ "โรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี" ขอเลิกทำพลุตลอดชีวิต


ด้าน เจ้าของโรงงาน เปิดเผยว่า ผมจะเข้ามาตอนเย็นพอดีน้ำมันมันหมด เลยไปเติมน้ำมัน  แต่มันเกิดเหตุแล้ว มันเข้ามาไม่ได้ ก็แค่นั้น  ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลย  คนงานในโรงงานเป็นคนงานทำเหมา บางทีเขาก็มา บางทีเขาก็ไม่มา บางวันก็มานอน มาไม่แน่นอน


ผมไม่รู้ว่าแต่ละวันจะมีคนมาเท่าไหร่   เพราะส่วนมากก็เป็นคนทำนา  วางเว้นจากการทำนา ก็มาทำ  เริ่มงานประมาณ 7.00 น. เลิกงานก็ประมาณ 17.00-18.00 น. บ้างแล้วแต่บ้างวัน  ขึ้นอยู่กับอากาศมันมืดไว้  มืดช้า  


ช่วงนี้ก็เลิกประมาณ 17.00 น. ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออกเลย  พอเห็นในสภาพนี้  มันตันไปหมดเลย ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกคน แม้แต่ตัวผมเองก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน ตอนนี้ก็ได้พวกน้องๆมาช่วย และก็มีลูกสาวอยู่บ้าน  


หลังจากนี้ก็น่าจะยุติการทำพลุทั้งหมด เพราะแฟนผมก็เสียไปแล้ว มันไม่มีคู่คิดอะไรแล้ว ผมมีลูกอีก 3 คนที่ต้องดูแลอยู่ ในวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นเราไม่รู้เลย  เราไม่รู้เลยว่าเหตุเกิดจากอะไร



ภาพ : ผู้สื่อข่าว จ.สุพรรณบุรี 

ข่าวแนะนำ