

สรุปข่าว
วันนี้ (8 ธ.ค.64) เว็บไซต์ทางการแพทย์แห่งหนึ่งรายงานว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 มาแล้วอาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้นที่เชื้อสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ได้มากกว่าเชื้อตัวอื่นๆ ที่พบมาก่อนหน้านี้
ผลการศึกษาในเบื้องต้นนี้ เป็นการเก็บข้อมูลในแอฟริกาใต้ ซึ่งพบเชื้อโอไมครอนระบาดเป็นแห่งแรก นักวิจัยทำการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ติดเชื้อเกือบ 2.8 ล้านคน พบว่าเชื้อโอไมครอนทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อครั้งแรกสูงกว่าสายพันธุ์เดลต้าและเบต้า ที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดการติดเชื้อซ้ำ
จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วที่เริ่มพบการระบาดของเชื้อโอไมครอน กลับพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มในแต่ละวันสูงขึ้นมากและอาจทำให้คนที่เคยติดเชื้อมาแล้วมีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ดี ผลการศึกษานี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเชื้อโอไมครอนสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่อังกฤษก็มีการศึกษาครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เรื่องการฉีดวัคซีนสูตรไขว้หรือสูตรผสม พบว่าการฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วย Pfizer/BioNTech หรือ AstraZeneca และตามด้วยวัคซีน Moderna หรือ Novavax เป็นเข็มที่สองหลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้ว 9 สัปดาห์
จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการฉีดวัคซีน AstraZeneca ทั้ง 2 เข็ม หรือฉีด Pfizer/BioNTech ทั้ง 2 เข็ม เพราะจะทำให้ระดับแอนติบอดีและการตอบสนองของที-เซลล์ (T-cell) ซึ่งมีหน้าที่ค้นหาและกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ มีจำนวนเพิ่มขึ้น
การฉีดวัคซีนสูตรผสมนี้จะช่วยสร้างความหวังให้แก่ประเทศยากจนและประเทศรายได้ปานกลางในการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง ในกรณีที่เกิดการขาดแคลนวัคซีนหลักที่ใช้อยู่ เพราะไม่จำเป็นต้องฉีดเข็มสองด้วยวัคซีนตัวเดิมอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยให้การฉีดวัคซีนทำได้รวดเร็วมากขึ้น โดยไม่มีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย
ฝรั่งเศสสั่งปิดไนต์คลับรับมือ “โอไมครอน” ก่อนคริสต์มาส
ส่วนที่ฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีฌอง กัสเต็กซ์ แถลงว่า ฝรั่งเศสจะปิดไนต์คลับก่อนเทศกาลคริสต์มาส และคุมเข้มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยจะเริ่มในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ และจะปิดนาน 4 สัปดาห์ ในป้องกันการระบาดของโอไมครอน แต่ไม่มีความจำเป็นถึงกับต้องปิดประเทศ หรือห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานครั้งใหม่
โดยขณะนี้การระบาดของโควิดรอบที่ 5 กำลังลุกลามไปทั่วประเทศ แต่ขณะนี้ ฝรั่งเศสมีประชาชนฉีดวัคซีนไปแล้ว 52 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 90 ของประชาชน ซึ่งสถานการณ์ดีกว่าการระบาดครั้งก่อนหน้า
ด้าน รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส เห็นว่าการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิเข็ม 3 พร้อมกับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด จะช่วยให้ฝรั่งเศสหลีกเลี่ยงการจำกัดพื้นที่ครั้งใหม่
ขณะนี้ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้ว 25 ราย ในจำนวนนี้ 21 รายเดินทางมาจากแอฟริกาใต้ และที่เหลือติดเชื้อในท้องถิ่น
อังกฤษ น่าห่วง ผู้ป่วยติดเชื้อโอไมครอน อันดับ 1 ของโลก!
ส่วนที่อังกฤษ พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน เป็นอันดับ 1 ของโลก ล่าสุดรายงานตัวเลข 336 คน และตรวจพบการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในเมืองทางตอนกลางของประเทศ
ส่วนเดนมาร์กติดเชื้อเป็นอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ 261 คน และแอฟริกาใต้ ติดเชื้อมาอยู่ที่อันดับ 3 รายงานตัวเลข 228 คน แต่มีผู้ที่เข้าข่ายติดเชื้ออยู่ระหว่างรอยืนยันผล 55,755 คน
ขณะที่มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในอังกฤษอาจมีมากกว่า 1,000 คน หรือคิดเป็นเกือบสี่เท่าของตัวเลขที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการ พร้อมคาดการณ์ว่า โอไมครอนที่แพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าเดลต้ามากกว่า 2 เท่า มีความเป็นไปได้ว่าโควิดซุปเปอร์กลายพันธุ์ดังกล่าว จะกลายเป็นโควิดสายพันธุ์หลักในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน
สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร หรือ อังกฤษ ระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ว่ายังคงมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ถูกบันทึกเพราะการตรวจโควิดโอไมครอนต้องใช้การตรวจรหัสพันธุกรรม และมีเพียงร้อยละ 25 ของผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจหาไวรัสกลายพันธุ์
ทวีปเอเชียติดโอไมครอนแล้ว 9 ประเทศ
ประเทศในทวีปเอเชียที่ติดเชื้อล่าสุด คือ เนปาล และไทย ทำให้ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้วอย่างน้อย 9 ประเทศและดินแดน โดยเนปาลพบผู้ติดเชื้อ 2 รายแรกเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาด้วยกัน ทั้งสองถูกแยกกักตัวภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนผลตรวจโควิด-19 นักเดินทางอีก 66 คน ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโอไมครอนทั้งสอง ผลออกมาเป็นลบทั้งหมด คือไม่ติดเชื้อ
ภาพจาก AFP
ที่มาข้อมูล : -