มะเร็งตับ ภัยเงียบ ที่ควรระวัง ผู้ชายเสี่ยงกว่า 2 เท่า

มะเร็งตับ ภัยเงียบ ที่ควรระวัง ผู้ชายเสี่ยงกว่า  2 เท่า

สรุปข่าว

มะเร็งตับเกิดจากการกลายพันธุ์และการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ตับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของตับมาก่อน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การดื่มสุรา หรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี หรือภาวะไขมันพอกตับ


อย่างไรก็ดีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง หรือไขมันพอกตับ อาจเกิดมะเร็งตับได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีภาวะตับแข็งนำมาก่อน จากข้อมูลมะเร็งในภาคใต้ปีงบประมาณ 2564-2566 พบว่ามะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากใน 10 อันดับแรกของภาคใต้ และเนื่องจากโรคมะเร็งตับมักจะไม่แสดงอาการในระยะแรกแต่จะแสดงอาการในระยะกลาง-ระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งเป็นระยะที่ยากต่อการรักษา 


ทำให้อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่หากได้รับการวินิจฉัยโรคและรับการดูแลตั้งแต่อาการระยะแรกๆจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและเพิ่มโอกาสการหายขาดได้


มะเร็งตับพบมากในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ประมาณ 2 เท่า โดยมักพบในกลุ่มอายุ 30 -70 ปี สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่สัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี ผู้ป่วยตับแข็ง และผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์จัด 


นอกจากนี้ยังพบว่าสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่มีอันตรายมากชนิดหนึ่งที่มาจากเชื้อรา มักพบปนเปื้อนอยู่ในอาหารจำพวกถั่วลิสงแห้ง ข้าวโพด พริกแห้ง กระเทียม เต้าเจี้ยว เมล็ดฝ้าย ข้าวฟ่าง และมันสำปะหลัง เป็นต้น ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ด้วยเช่นกัน 


หากมีอาการบ่งชี้ของโรคมะเร็งตับ เช่น คลำพบก้อนบริเวณชายโครงด้านขวา มีอาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตัวเหลืองตาเหลือง ท้องโตขึ้น เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ในปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบชนิดบีให้กับเด็กตั้งแต่แรกคลอด แต่สำหรับประชาชนที่เกิดก่อน


ปีพ.ศ. 2535 ที่ยังไม่มีการผลิตวัคซีนดังกล่าว สามารถไปรับการเจาะเลือดเพี่อคัดกรองไวรัสตับอักเสบชนิดบีและชนิดซีได้ฟรี ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านตามนโยบายมะเร็งครบวงจรของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อค้นหาและรักษาภาวะตับอักเสบก่อนที่จะลุกลามเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ 


ผู้ป่วยมะเร็งตับที่เข้ามารับการรักษามักมาด้วยอาการที่รุนแรงหรืออาจจะลุกลามไประยะสุดท้าย ซึ่งมีความยากที่จะรักษาให้หายขาดและอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้ตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง “ตรวจก่อน รักษาก่อน มีโอกาสหายขาดได้” 


อย่างไรก็ตาม การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด  เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ ในประชาชนที่ยังไม่เคยรับวัคซีนและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบและสารบ่งชี้มะเร็งตับในประชาชน กลุ่มเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ 


ทั้งนี้ ในประชาชนกลุ่มเสี่ยงอาจจะต้องมีการตรวจอัลตร้าซาวด์ตับทุก 6 เดือน ตามข้อวินิจฉัยของแพทย์  การดูแลตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม การรับประทานผัก ผลไม้ การออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ลดหุ่น ลดพุง 


รวมถึงการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลออฮอล์และสูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับแล้ว ยังช่วยเป็นเกราะป้องกันให้ห่างไกลจากโรคอื่น ๆ ได้เช่นกัน


ที่มา :  กรมการแพทย์ 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

มะเร็งตับมะเร็ง
ตับแข็ง
อะฟลาทอกซิน
มะเร็งตับ อาการ
มะเร็งตับ การรักษา