

สรุปข่าว
ว่ากันว่า "ชา" มาจากพืชตระกูลคาเมเลีย ไซเนนซิส (Camellia sinensis) ถิ่นกำเนิดอยู่ในจีนและอินเดีย คนจีนรู้จักดื่มชามาหลายพันปีแล้ว มีตำนานเล่าว่า จักรพรรดิเสิน-หนง (Emperor Shen Nung) วันหนึ่งขณะทรงต้มน้ำร้อนได้มีใบชาปลิวตกลงในหม้อน้ำเดือด ทรงชิมดูพบว่ามีรสชาติดีและมีกลิ่นหอม จากนั้นมาชาก็เป็นที่รู้จักและนิยมดื่มกันทั่วไป
ในสมัยสุโขทัยช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับจีน น่าจะมีการดื่มชากันแล้ว แต่ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนคือจาก จดหมายเหตุ ชากลายเป็นเครื่องดื่มที่จำเป็นในสังคมไทย จากการสั่งใบชาเข้ามาบริโภคในประเทศก็ริเริ่มปลูกชาพันธุ์ดี การพัฒนาอุตสาหกรรมชาของไทยเริ่มอย่างจริงจังที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เมื่อปีพ.ศ.2480
แล้วการดื่มชาแบบไหนที่เหมากับเรา
1. ชามะลิ
เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ใช้ความคิดตลอดเวลา
2. ชาอู่หลง
เหมาะสำหรับคนชอบออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมาก
3.ชาเขียว
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องสูดดมอากาศเป็นพิษ ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา มีระดับคอเรสเตอรอลสูง
4.ชาดอกไม้
เหมาะกับผู้ที่นั่งนาน ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนเลย
5. ชาผสมน้ำผึ้ง
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอยู่บ่อยๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://www.lib.ru.ac.th/journal/tea/cha.html#TNN
ติดตาม TNN Health ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
Website : https://www.tnnthailand.com/news/health/
Facebook : https://bit.ly/TNNHealthFacebook
Youtube : https://bit.ly/TNNHealthYoutube
TikTok : https://bit.ly/TNNHealthTikTok
Instagram : https://www.instagram.com/tnn_health/
Line @TNNHEALTH : https://lin.ee/MNckVHq
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/TNNHealthFacebook
ที่มาข้อมูล : -