
วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราในปัจจุบัน พายุเฮอริเคนที่ทวีความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ไฟป่าที่เกิดจากความแห้งแล้ง และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังทำลายบ้านเรือนและชุมชนของเรา คลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก
ข่าวดีคือ เรายังมีโอกาสในการแก้ไขปัญหาและหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงที่สุด อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจแนวทางแก้ไขอาจเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพอากาศ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และการตัดสินใจเชิงนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สรุปข่าว
อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ
หากคุณรู้สึกว่านอนไม่หลับเพราะความกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ตอนนี้คุณอาจโทษภาวะโลกร้อนได้จริง ๆ งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ระบุว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้การนอนหลับมีคุณภาพลดลง
นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการนอน 23 ล้านรายการจากผู้ใหญ่กว่า 214,000 คนในประเทศจีน พบว่าเมื่ออุณหภูมิรายวันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10 องศาเซลเซียส คนมีโอกาสนอนไม่เพียงพอเพิ่มขึ้น 20.1% นอกจากนี้ เวลานอนทั้งหมดลดลงเฉลี่ยเกือบ 10 นาทีต่อคืน โดยเฉพาะ "การนอนหลับลึก" ซึ่งมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ลดลงถึง 2.82%
การศึกษายังคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ภาวะโลกร้อนอาจทำให้การนอนหลับลดลงโดยเฉลี่ย 10.5% ซึ่งหมายความว่าคนทั่วไปอาจสูญเสียเวลานอนมากกว่า 33 ชั่วโมงต่อปี การนอนหลับตื้นและการนอนฝันก็ลดลงมากกว่า 2% เช่นกัน โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ผู้หญิง ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 และผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิอากาศชื้น เช่น ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกของจีน
สำหรับการเก็บข้อมูล ผู้เข้าร่วมการศึกษาสวมอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การออกกำลังกาย และรูปแบบการนอน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ศึกษาเฉพาะประชากรในประเทศจีน และไม่ได้พิจารณาว่าผู้เข้าร่วมมีเครื่องปรับอากาศหรือไม่ ซึ่งอาจมีผลต่อคุณภาพการนอน
จากข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (National Weather Service) พบว่า คลื่นความร้อนเป็นอันตรายทางสภาพอากาศที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด โดยเด็กและผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อโรคและอาการที่เกี่ยวข้องกับอากาศร้อน
ที่มาข้อมูล : abcnews.go.com
ที่มารูปภาพ : Reuters

กองบรรณาธิการ TNN