

สรุปข่าว
ดร.วีระชาติ วิเวกวิน ผู้อำนวยการส่วนรอยเลื่อนมีพลังและแผ่นดินไหว กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกล่าม อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อไปติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน หลังกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ตรวจพบการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ขนาดตั้งแต่ 1.7 – 3.0 ที่ระดับความลึกประมาณ 1 กิโลเมตร ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึง 5 ครั้ง ทั้งที่อยู่นอกเขตรอยเลื่อน เพื่อเร่งหาสาเหตุที่ชัดเจนในการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ เพราะถึงแม้จะไม่ได้เกิดผลกระทบกับอาคารบ้านเรือนในพื้นที่ แต่ก็สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้าน เพราะที่ผ่านบริเวณนี้ไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาก่อนเลย
ดร.วีระชาติ บอกว่า สาเหตุที่ต้องนำเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินมาติดตั้งที่ อบต.โคกล่าม เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามากที่สุด แม้การเกิดแผ่นดินไหวจะมีขนาดเบาและเล็กมาก เทียบได้กับแรงสั่นสะเทือนของรถบรรทุกที่วิ่งผ่าน และไม่ได้สร้างความเสียหายให้ บ้านเรือนหรือสิ่งก่อสร้างหลักเลย แต่ก็อยากทราบว่าในพื้นที่จะมีความเสี่ยงกับการเกิดแผ่นดินไหวมากน้อยแค่ไหน ประกอบกับจังหวัดบุรีรัมย์ไม่มีรอยเลื่อนที่มีพลังพาดผ่าน จึงเกิดความสงสัยว่าในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว เกิดแผ่นดินไหวขึ้นได้อย่างไร
ดร.วีระชาติ บอกอีกว่า สำหรับการตรวจสอบ ได้นำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า เครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน มาติดตั้งในพื้นที่ เพื่อวัดคลื่นสั่นสะเทือนว่าจะยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นในพื้นที่อีกหรือไม่ และถ้าพบว่ามีแล้วความรุนแรงจะมีขนาดไหน โดยเครื่องวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินที่นำมาติดตั้ง นอกจากจะใช้เครื่องของกรมทรัพยากรธรณีแล้ว ก็ยังมีเครื่องจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งหมด 14 เครื่อง ซึ่งจะนำไปติดตั้งกระจายตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้การวัดค่าตำแหน่งในการเกิดแผ่นดินไหวละเอียดและแม่นยำมากที่สุด จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้ ไปทำการวิเคราะห์แปรความหมายทางวิทยาศาสตร์ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และจะชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และจะสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ว่าจะต้องดำเนินการรับมืออย่างไร ต่อไป
ภาพจาก: กรมทรัพยากรธรณี
ที่มาข้อมูล : -