

สรุปข่าว
Gold Bullish | Gold Bearish |
ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ | ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. |
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ | การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น |
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน | เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น |
ภาพประกอบ : ทีมพีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง,TNN ONLINE
คาดว่าเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค.
ราคาทอง Spot สัปดาห์ที่ผ่านปรับตัวลดลงในระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ ราคาทองคำ ได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้นักลงทุนขายทองคำ และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ จากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากสกุลเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ ทั้งนี้หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุหลักคือแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าในระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยเฟดได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้ง นั่นก็คือ การประชุมเฟดในเดือนมี.ค. เฟดที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.25-0.50% เป็นการครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2561
ต่อมาในการประชุมเดือนพ.ค. เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 0.75% - 1.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2543 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี และการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการประชุมล่าสุดนี้ เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้งในปีนี้สะท้อนให้เห็นการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นอย่างมาก จนเกิดความวิตกกังวลว่าในเดือนนี้เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดถึง 1% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย อย่างไรก็ตามนักลงทุนก็คลายความกังวลดังกล่าวมากขึ้น และเราคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้เพียง 0.75%
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% หรือ 1.00% ของเฟดส่งผลอย่างไรตามราคาทองคำ
ตลาด ทองคำ ได้รับรู้ซึมซับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมาพอสมควรแล้ว จากที่ ราคาทองคำ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากว่าเฟดได้มีมติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของตลาดได้สะท้อนข้อมูลมาพอสมควรแล้ว แต่หากว่าเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงมากกว่าที่คาดไว้ หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 1% ซึ่งนับว่าเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 จะส่งผลให้ราคาทองคำเกิดแรงเทขายออกมาจากปัจจัยดังกล่าว
การปรับตัวลงของ ราคาทองคำ ในครั้งนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อทองคำ ซึ่งในช่วงเดือนที่เหลือทองคำจะมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงอีกหลายประการ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้
สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 26-27 ก.ค. ทั้งนี้ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% มาสู่ระดับ 2.25%-2.50% และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ นอกจากนี้สหรัฐจะเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 2 ประมาณการครั้งที่ 1 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. โดย Conference Board ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานเดือนมิ.ย.
ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,700 ดอลลาร์ และ 1,690 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,750 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 29,700 บาท และ 29,500 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 30,100 บาท และ 30,200 บาท
ภาพประกอบ : ทีมพีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ :ทีมพีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง
ข้อมูลจาก: ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ : AFP , ฮั่วเซ่งเฮง
ที่มาข้อมูล : -