

สรุปข่าว
Gold Bullish | Gold Bearish |
ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ | ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. |
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ | การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น |
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน | เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น |
ทองคำปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน แรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า
ราคาทองคำสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงต่อเนื่องในระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ราคาทองคำ spot ปรับตัวลดลงกว่า 5.24% จากต้นปีนี้ โดยได้รับแรงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องมากสุดในรอบ 20 ปี ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศปรับตัวขึ้นกว่า 3.48% จากต้นปีนี้ ซึ่งสวนทางกับราคาทองคำ spot เนื่องจากราคาทองคำแท่งในประเทศได้รับปัจจัยหนุนมาจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทอย่างรวดเร็ว โดยเงินบาทได้อ่อนค่ามากสุดในรอบ 16 ปี การที่สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่านั้นมาจากการคาดการณ์เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75%-1.00% ในการประชุมเดือนก.ค. นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า นั่นคือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่ดีนักของประเทศในสกุลเงินตะกร้าและประเทศอื่น ๆ ทำให้เงินสกุลประเทศนั้นอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินยูโรอ่อนค่าสุดรอบ 20 ปี โดย 1 ยูโรเท่ากับ 1 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี สาเหตุที่ยูโรอ่อนค่า สาเหตุแรก จากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ล่าช้ากว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จึงเป็นเหตุให้เงินทุนไหลออก ทำให้เงินยูโรร่วงลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2002 สาเหตุต่อมา คือ แรงกดดันจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่อการเกิดวิกฤตพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ยุโรปเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัจจัยต่อมาความแตกต่างด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปต่อสหรัฐ ซึ่งการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปจะดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายมากกว่าธนาคารกลางสหรัฐ แต่ธนาคารกลางสหรัฐจะดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดกว่า อย่างไรก็ตามการเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปในครั้งนี้จึงอาจส่งผลให้ยูโรแข็งค่าขึ้นบ้าง เพราะส่วนต่างของดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและยูโรจะแคบลง นอกจากนี้เงินหยวนอ่อนค่าเช่นกัน สืบเนื่องมากจากผลกระทบจากการใช้มาตรการยับยั้งของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง รวมถึงค่าเงินเยนก็อ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
ถึงเวลาเข้าซื้อทองคำแล้วหรือยัง?
การปรับตัวลงของราคาทองคำ spot ในปีนี้ก็ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับแรงกดดันการเร่งขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่รุนแรง ปัจจัยหนึ่งที่ยังคงพยุงราคาทองคำ คือ การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดรอบ 40 ปี ส่วนหนึ่งมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบให้น้ำมันและอาหารทั่วโลกสูงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนอุปทานต่อความต้องการผู้บริโภคที่ร้อนแรง และมาตรการล็อกดาวน์ของจีนก็ส่งผลให้ซัพพลายเชนเลวร้ายลง ขณะเดียวกันสงครามในยูเครนก็ทำให้อุปทานอาหารและเชื้อเพลิงของโลกลดลงเช่นกัน การรุกรานยูเครนจากรัสเซียในปีนี้ที่เป็นแรงช่วยเสริมเงินเฟ้อจากเดิมที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นมาก ขณะที่ต้นทุนก๊าซในสหรัฐก็เติบโตต่อเนื่องเช่นกันทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ความกังวลจากที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย จากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กำลังดำเนินต่อไป อีกสิ่งหนึ่งคือเศรษฐกิจจีนได้มีสัญญาณเตือนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของจีนที่ขยายตัวได้แค่ 0.4% เทียบกับปีก่อนหน้า -2.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมาจากการล็อกดาว์นส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ชะลอตัวลง นอกจากนี้จีนยังกำลังเผชิญกับวิกฤตอสังหาทรัพย์ที่ยังคงลุกลามบานปลายจาก Evergrande ได้กระจายไปยังบริษัทต่าง ๆทั้งนี้ภาคอสังหาทรัพย์เป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ในจีนจึงอาจกระทบเป็นวงกว้าง ซ้ำเติมรอยสถานการณ์โควิดในประเทศ ซึ่งการส่งสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งเหตุผลปัจจัยดังกล่าว เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญต่อความเสี่ยงมากมาย ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำในช่วงต่อจากนี้
โดยทองคำแท่งในประเทศน่าซื้อกว่าทองคำต่างประเทศ จากแรงหนุนค่าเงินบาทมากสุดในรอบ 16 ปี
แนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นคาดว่าปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาทองคำ spot ยังคงได้รับแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค.ที่กำลังจะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาทองคำในครั้งนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อทองคำ ซึ่งในช่วงเดือนที่เหลือทองคำจะมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงอีกหลายประการที่ได้กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้
สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้างบ้านเดือนมิ.ย.และการเริ่มก่อสร้างบ้านเดือนมิ.ย. ยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนก.ค. ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. โดย conference Board และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ค. นอกจากนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.25% และการแถลงของธนาคารกลางยุโรป
ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,680 ดอลลาร์ และ 1,670 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,730 ดอลลาร์ และ 1,750 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 29,500 บาท และ 29,400 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 29,800 บาท และ 29,900 บาท
ข้อมูลจาก: ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ : AFP , ฮั่วเซ่งเฮง
ที่มาข้อมูล : -