

สรุปข่าว
Gold Bullish | Gold Bearish |
ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ | ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. |
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ | การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น |
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน | เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น |
ทองคำปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือนครึ่ง ดอลลาร์แข็งค่าระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 20 ปี
ราคาทอง Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนครึ่ง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าในระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ขณะที่ความคิดเห็นของประธานเฟดสาขาแอตแลนตาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนก.ค. สอดคล้องกับประธานเฟดสาขานิวยอร์กที่สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนก.คเช่นกัน ทั้งนี้ความคิดเห็นของเฟดส่วนใหญ่นั้นมีสาเหตุมาจากการที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐยังคงพุ่งขึ้นในระดับสูง ซึ่งการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นจะช่วยสกัดกั้นเงินเฟ้อได้บ้าง แม้ว่าจะมีความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงหรือถดถอยก็ตาม ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักก็ต่างคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่สหรัฐอาจจะเผชิญต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ตลาดพันธบัตรสหรัฐได้เกิดภาวะ inverted yield curve โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวเหนือพันธบัตรระยะยาว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ
การยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน จะช่วยลดเงินเฟ้อสหรัฐได้จริงหรือ?
อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในขณะนี้นั้น นอกจากการใช้นโยบายทางการเงินของเฟดแล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดนก็กำลังพิจารณายกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของจีนที่กำหนดขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอดีตปธน.ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 ซึ่งอัตราภาษีเหล่านี้ส่งผลให้เกิดต้นทุนที่สูงต่อผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ และการจัดเก็บภาษีนำเข้าได้ลดการจ้างงานในภาคการผลิตโดยรวม ทั้งนี้การยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าเพิ่มเติมจากจีนนั้นจะมีผลเพียงเล็กน้อยในการลดราคาสินค้าจำนวนมากในสหรัฐเนื่องจากบริษัทสหรัฐในอุตสาหกรรมบางส่วนได้นำเข้าส่วนประกอบจำนวนมากจากประเทศจีน และการยกเลิกภาษีจะทำให้โซ่ทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ซึ่งผลการศึกษาของสถาบัน Peterson Institute for International Economics ระบุว่าการเปิดเสรีทางการค้าในวงกว้างจะช่วยให้ครัวเรือนชาวอเมริกันสามารถประหยัดเงินได้โดยเฉลี่ย 797 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามการลดภาษีศุลกากรอาจส่งผลกระทบอย่างจำกัดในอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ และดูเหมือนว่าจะเป็นการเน้นย้ำความอ่อนแอของรัฐบาลในการจัดการภาวะเงินเฟ้อด้วยเครื่องมือนโยบายที่จำกัดอย่างมาก แม้ว่าการลดภาษีจะเป็นผลดีของทั้งสองฝ่าย แต่การลดภาษีแบบไร้ข้อผูกมัดจากจีนอาจส่งผลต่อความยากลำบากทางด้านการเมืองของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้
แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับตัวลง สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.1% จาก 1.0% เมื่อเทียบรายเดือน หรือเพิ่มขึ้น 8.8% จาก 8.6% เมื่อเทียบรายปี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% จาก 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน หรือเพิ่มขึ้น 10.7% จาก 10.8% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต (Beige Book)
ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,720 ดอลลาร์ และ 1,700 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,770 ดอลลาร์ และ 1,780 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 29,450 บาท และ 29,200 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 29,900 บาท และ 30,000 บาท
ข้อมูลจาก: ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ : AFP , ฮั่วเซ่งเฮง
ที่มาข้อมูล : -