ดอลลาร์แข็งค่าฉุดทองโลก ลุ้นเปลี่ยนทิศเป็นขาลง ถ้าหลุด 2,585 ดอลลาร์

สรุปข่าว

นายพีระพงศ์ วิริยะนุเคราะห์ นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บริษัท ออสสิริส จำกัด เปิดเผยว่า มองทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วงปรับฐาน หลังการประชุมครั้งล่าสุดปีนี้เมื่อ 18 ธ.ค. ปี 2567 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ย จากเดิมที่ส่งสัญญาณจะลด 4 ครั้งในปี 2568  เหลือเพียง 2 ครั้ง หรืออาจจะไม่ลดลงเลย หากนโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าทีประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนผิดหวัง 


ขณะเดียวกัน ดอลลาร์ก็ปรับแข็งค่าขึ้น บวกกับใกล้ช่วงวันหยุดสิ้นปี ที่นักลงทุนรายใหญ่พับมือไม่เทรด รวมถึงการมาขจองทรัมป์น่าจะทำให้สงครามการสู้รบผ่อนคลายลง ส่งผลให้กดดันราคาทองคำปรับย่อลงมาต่ำกว่า 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และทำให้ปรับขึ้นได้ยากด้วย ทำให้การปรับขึ้นในระยะถัดไปจำกัดมากขึ้น เป้าระดับ 2,800 -3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์คงไมได้เหนในเร็วๆ นี้ จึงมองต้นปี 2568 นี้ ทองคำจึงน่าจะพักฐานลดความร้อนแรงลงจากที่ผ่านมา 


 สำหรับทิศทางทองคำในระยะถัดในต้นปี 2568 คิดว่าทองยังอยู่ในช่วงพักฐาน แม้จะพอมีปัจจัยหนุนนำให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้บ้างแต่ปัจจัยบวกมีไมมากเท่าปัจจัยลบจึงมองว่าในสิ้นปี 2567 นี้ราคาทองคำน่าจะปิดปีที่่ระดับ 2,670 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ไม่น่าจะถึงระดับ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์แล้ว เนื่องจากในช่วงต้นปีดอกเบี้ยเฟดคิดวายังไม่นาจะลดลง แต่น่าจะไปลดในครึ่งปีหลัง และเมื่อดอกเบี้ยลดลงได้จะเป็นบวกับทองคำ นอกจากนี้ ยังมีความต้องการซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก รวมทั้งความต้องการซื้อหรือการบริโภคทองในจีนและอินเดียกยังมีอยู่ต่อเนื่อง ทำให้ระยะยาวยังมีทิศทางเป็นขาขึ้นได้ 


ทั้งนี้ .คาดการณ์กรอบราคาทองคำในตลาดโลก แนวรับสำคัญจะอยู่ระดับ 2,585 ดอลลาร์/ออนซ์ ถ้าไม่หลุดยังถือว่ายังไม่เปลี่ยนเป็นเทรนด์ขาลง ส่วนทองไทยแนวรับมองระดับ 42,200 - 42,500 บาท/บาททองคำ การลงทุนในจังหวะนี้ ออสสิริส จึงแนะนำให้ทยอยแบ่งไม้เข้าลงทุน และนักลงทุนต้องเผื่อใจสำหรับแนวรับที่อาจจะลดลงไปแตะระดับต่ำสุดใหม่ของปีด้วย ส่วนนักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยซื้อได้ โดยทิศทางทองจะเป็นจังหวะซื้อจะได้้เปรียบหากสามารถกลับมายืนระดับ 2, 2,670 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ก่อน หรือราคาทองไทยต้องยืนเหนือระดับ 43,000 บาท/บาททองคำ 


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :