สรุปข่าว
นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกติดตามที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนช่วงนี้ คือ การเลือกตั้งสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดนโยบายตางๆ ไม่ว่าด้านการเมือง ประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมไปถึงเศรษฐกิจและการค้าการลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อ Fund Flow หรือ เม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ว่าจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหนและแหล่งลงทุนประเภทใด ซึ่งการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนขึ้นนำ อาจมีผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนในจีนและไต้หวัน รวมถึง Emerging Market หรือ ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมทั้งไทยด้วย ตามนโยบายหลักที่ทรัมป์จะนำอุตสาหกรรมชิปที่เป็นต้นน้ำกลับมาที่สหรัฐ ซึ่งอาจกระทบทั้งระสั้นและระยะยาวหลังเลือกตั้งไปแล้วด้วย อย่างไรก็ดี
โดยมีโอกาสมากขึ้นที่เงินลงทุนจากต่างประเทศ (Fund Flow) จะไหลออกจากตลาดใน Emerging Market ประเทศกำลังพัฒนากลับไปที่สหรัฐ และยุโรป ที่น่าจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ปรับลงด้วย ส่งผลให้ Bond Yield หรือ อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลดลง หนุนทิศทางตลาดหุ้นให้น่าสนใจมากขึ้น
ทั้งนี้ สินทรัพย์การลงทุนที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ ทั้งหุ้นสหรัฐ ทองคำ ตามบิทคอยน์ หรือการลงทุนในช่วงนี้อิงนโยบายของทรัมป์ ที่เรียกกันว่า ทรัมป์ เทรด (Trump Trade) ยังดึงดูดเงินลงทุน โดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี และ Artificial Intelligence (AI) ในตลาด S&P 500 ยังปรับขึ้น
สำหรับมุมมองต่อการลงทุนและปรับพอร์ตในระยะนี้ บลจ.เอ็กซ์สปริง ยังให้น้ำหนักกับการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นหลักในสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของพอร์ต เน้นตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรป รวมตลาดที่เศรษฐกิจยังเติบโตได้ดีอย่าง อินโดนีเซีย และ อินเดีย ส่วนอีกประมาณร้อยละ 20 ลงทุนในตราสารหนี้ หรือ ฟิกซ์ อินคัม ส่วนอีกร้อยละ 25 แนะลงทุนในตราสารทางเลือก เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต สุดท้ายอีกประมาณร้อยละ 5 ลงใน Money Market เพื่อให้มีสภาพคล่องและเป็นเสมือนเงินสดที่จะโยกไปลงทุนได้ถ้ามีโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม
ที่มาข้อมูล : -