วันที่ 3 เมษายน 2568 ตามเวลาในสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศใช้ทั้ง 2 มาตรการภาษีดังกล่าวส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ
ภาษีที่ถูกประกาศขึ้นแบบมหาโหดในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เมืองไทยที่โดน แต่กระทบหนักไปทั้งโลกกับสิ่้งที่เรียกว่า มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs)
สรุปข่าว
การเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%แต่อย่าลืมว่าจีนที่ในรอบนี้ หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมน้อยกว่าไทย ก่อนหน้านี้โดนไปแล้วสองรอบรวม 20% นั่นหมายความว่า จีน โดนไปเต็มๆ ถึง 54%
การประกาศขึ้นภาษีในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภูมิใจของผู้นำสหรัฐฯ โดยทรัมป์ได้ประกาศมาตรการภาษีนี้ภายใต้งานอีเวนต์ที่ชื่อว่า “Make America Wealthy Again” หรือทำให้อเมริกามั่งคั่งร่ำรวยอีกครั้ง จัดขึ้นที่ลานโรส การ์เดนในทำเนียบขาวโดยทรัมป์ได้ตั้งชื่อวันที่มีการประกาศภาษีว่าเป็น “วันแห่งการปลดปล่อย” สำหรับสหรัฐอเมริกา
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : CANVA

ทิฆัมพร อยู่กำเหนิด