
นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า เมอร์เคิล แคปปิตอล จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ สรุปภาพรวมจาก Biden สู่ Trump : เมื่อผู้นำเปลี่ยนทิศทางสินทรัพย์ดิจิทัลใน Q2/2568 จะเป็นอย่างไร?
ข้อมูลจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและปรับตัวลง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่เป็นสกุลเงินอันดับ 1 มูลค่าติดลบสูงสุด 20% จุดต่ำสุดบริเวณ 76,600 ดอลลาร์ นับเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 4 เดือน อีกทั้งมูลค่าของกลุ่ม Altcoins มีการปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Ethereum ที่เป็นสกุลเงินอันดับ 2 ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ผ่านมา 55% นับเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 16 เดือน แสดงถึงความกังวลของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการปรับตัวลงครั้งนี้เกิดจากปัจจัยกดดัน เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง, การรับรู้ถึงโอกาสเกิดภาวะเงินเฟ้อ (Stagflation) ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์เสี่ยงยังคงถูกกดดัน
สำหรับภาพรวมสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงไตรมาส 2/2568 คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดคริปโทฯ มีโอกาสปรับตัวลง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการผ่านจุดต่ำสุดและสามารถสร้างการเติบโตในระยะกลาง โดยมีปัจจัยจากบันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 18 - 19 มีนาคม2568 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวกว่าคาดการณ์เดิมในเดือนธันวาคม ขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ (Stagflation) ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงกดดันในช่วงปลายเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงระยะยาว แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

สรุปข่าว
นอกจากนี้หลังจาก Donald Trump ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม Trump ได้ดำเนินการและเตรียมนโยบายที่เกี่ยวกับกำแพงภาษีต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เม.ย. 2568 โดยมีการกำหนดกำแพงภาษีกว่า 185 ประเทศและประเทศไทยถูกตั้งภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ 36% ซึ่งเหตุผลดังกล่าวกดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระยะสั้นถึงระยะกลาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดสงครามการค้าขึ้นจากการตอบโต้นโยบายการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ
อีกทั้งวันที่ 20 เมษายน 2568 นี้ เป็นวันครบรอบ Bitcoin Halving ซึ่งเกิดขึ้นทุก 4 ปี ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ Bitcoin ถูกจับตามองมากกว่าคริปโทฯ อื่นในเดือนเมษายน เมื่อพิจารณาร่วมกับอัตรา Bitcoin Dominance ซึ่งสะท้อนสัดส่วนมูลค่าตลาดของ Bitcoin เทียบกับตลาดคริปโทฯ ทั้งหมด พบว่าอัตราดังกล่าวกำลังทดสอบแนวต้านที่ 62% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หากสามารถทะลุแนวต้านนี้ได้สำเร็จ อาจส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดคริปโทฯ ไหลเข้าสู่ Bitcoin อย่างมี
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2/2568 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และความผันผวนในตลาดการเงิน
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum อาจเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว โดย Bitcoin ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดและแนวโน้มสภาพคล่องในระบบ ซึ่ง Merkle Capital ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผ่านงานสัมมนาและบทวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงและใช้โอกาสที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ควรวิเคราะห์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
**หมายเหตุ สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ที่มาข้อมูล : เมอร์เคิล แคปปิตอล
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth

ธนานันท์ แก้ววิเศษ