
แนวโน้มค่าเงินบาทและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนในสัปดาห์นี้ (24-28 มีนาคม 2568)
ค่าเงินบาทในเช้าวันนี้ (24 มี.ค. 68) เปิดที่ 33.89 บาท/ดอลลาร์ โดยอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า (33.87 บาท/ดอลลาร์) เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่าง 33.83-33.96 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่หนุนโดยแรงขายทำกำไรสถานะ Long ในสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะยูโร (EUR) และการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดที่สนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
การอ่อนค่าของเงินบาทได้รับการชะลอลงจากราคาทองคำที่รีบาวด์ขึ้น หลังสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน นอกจากนี้, ความไม่แน่นอนทางการเมืองในไทย เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว
แนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกและผลกระทบต่อเงินบาท
• สหรัฐฯ: รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากดัชนี PMI ของสหรัฐฯ จะมีผลกระทบต่อทิศทางการเงินทั่วโลก ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดอาจชะลอลง
• ยุโรป: ตลาดจะติดตามข้อมูลดัชนี PMI ของยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อและยอดค้าปลีก
• เอเชีย: การติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น จะส่งผลต่อทิศทางการเงินในภูมิภาค
• ไทย: นักลงทุนต้องจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้และกรอบการเคลื่อนไหว กลยุทธ์ Trend-Following แนะนำให้จับตาค่าเงินบาทที่จะยังคงอยู่ในแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 33.50 - 34.25 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.75 - 34.00 บาท/ดอลลาร์
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน ผู้เล่นในตลาดควรใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย เช่น การใช้ Options หรือ Local Currency ควบคู่กับการทำสัญญา Forward เพื่อรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาทและสกุลเงินอื่นๆ
ที่มาข้อมูล : Krungthai GLOBAL MARKETS
ที่มารูปภาพ : Getty Images

ชญาภา ภักดีศรี