ทองคำพุ่งไม่หยุด! ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ชี้เป้าปีนี้อาจแตะ 50,000 บาท
ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนทั้งเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ล่าสุดราคาทองคำโลกทะลุ 3,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำไทยแตะ 47,650 บาทต่อบาททองคำ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีโอกาสแตะ 50,000 บาทภายในปีนี้
ปัจจัยสำคัญหนุนราคาทองคำพุ่ง
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ว่าแนวโน้มราคาทองคำขาขึ้นในขณะนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่
สรุปข่าว
- นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) – รายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้ตลาดมองว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า และนักลงทุนหันมาถือครองทองคำมากขึ้น
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ – ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ทั้งสงครามในยูเครนและการโจมตีทางทหารในตะวันออกกลาง กำลังผลักดันให้นักลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
- แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า – นโยบายกีดกันทางการค้าของมหาอำนาจเศรษฐกิจอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวน และเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำมากขึ้น
ราคาทองคำไทยมีโอกาสแตะ 50,000 บาท
จากการสำรวจของศูนย์วิจัยทองคำ นักลงทุนรายใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำไทยในเดือนมีนาคมอาจแตะ 47,900 บาท ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น หากแนวโน้มปัจจัยสนับสนุนยังดำเนินต่อไป ดร.พิบูลย์ฤทธิ์คาดว่า ราคาทองคำไทยอาจแตะ 50,000 บาทในปีนี้
"โดยเฉลี่ยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับขึ้นประมาณ 15-20% ต่อปี ซึ่งหากปีนี้ราคาทองคำยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน เราอาจได้เห็นทองคำไทยแตะ 50,000 บาท ภายในสิ้นปี" ดร.พิบูลย์ฤทธิ์กล่าว
แนวรับ-แนวต้านสำคัญ และคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำ ดร.พิบูลย์ฤทธิ์แนะนำว่า ควรติดตามระดับแนวรับและแนวต้านอย่างใกล้ชิด
- ราคาทองคำโลก (Spot Gold) มีแนวต้านหลักที่ระดับ 3,050 - 3,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
- ราคาทองคำไทย หากสามารถยืนเหนือ 47,500 บาทได้ เป้าหมายต่อไปคือ 48,000 - 48,500 บาท
ในกรณีที่ Fed ยังไม่ลดดอกเบี้ยในรอบประชุมที่จะถึงนี้ ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่ นักลงทุนที่สนใจสามารถใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อเมื่อราคาปรับฐานลงมา 300-500 บาทต่อบาททองคำ
จับตาปัจจัยเสี่ยง อาจฉุดราคาทองลง
แม้แนวโน้มทองคำยังสดใส แต่ดร.พิบูลย์ฤทธิ์เตือนว่ามีปัจจัยที่อาจกดดันราคาทองคำ ได้แก่
- การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed – หาก Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย ทองคำอาจถูกเทขายจากนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
- เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว – หากมีความคืบหน้าในสงครามการค้า หรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนฟื้นตัวดีขึ้น อาจทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น แทนที่จะถือทองคำ
สรุปภาพรวมตลาดทองคำปี 2025
- ราคาทองคำโลกทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,004 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
- ราคาทองคำไทยแตะ 47,650 บาทต่อบาททองคำ
- เป้าหมายราคาทองคำไทยในปี 2025 อาจขึ้นไปถึง 50,000 บาท หากแนวโน้มขาขึ้นยังดำเนินต่อไป
- นักลงทุนควรจับตาการประชุม Fed และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะมีผลต่อทิศทางราคาทองคำ
"ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในปีนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยสำคัญอย่างใกล้ชิด และใช้กลยุทธ์เข้าซื้ออย่างเหมาะสม" ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ที่มาข้อมูล : ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ
ที่มารูปภาพ : รายการ WEALTH LIVE วันที่ 17 มีนาคม 2568