
คืบหน้าการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการโครงการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยว
โดยก่อนหน้ามีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าจะมีการกำหนดเกณฑ์เบื้องต้นให้ผู้ที่จะเข้าไปเล่นกาสิโน ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

สรุปข่าว
ล่าสุดวันนี้ (3 มีนาคม 2568 ) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงเรื่องนี้ โดยบอกว่าความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างกฎหมายฉบับนี้กลับมายังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว
ทางกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันร่างของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะดำเนินการตามขั้นตอน คือ ทำหนังสือเวียนไปถึงทุกกระทรวง และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง จากนั้นเมื่อที่ประชุม ครม.เห็นชอบแล้ว ก็จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 เมษายน 2568 นี้
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยคลัง ยืนยันว่า ร่างกฏหมายฉบับนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ทำให้กฎหมายเดินต่อไปไม่ได้ แต่บางอย่างกลับเป็นประโยชน์มากขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มมาตราที่ทำให้รัดกุมขึ้น เช่น การเพิ่มบทลงโทษ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเชี่ยวชาญในด้านนี้
ส่วนเรื่องการกำหนดเกณฑ์ให้ประชาชน หรือคนจะเข้าไปเล่นกาสิโน ต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทนั้น
นายจุลพันธุ์ กล่าวว่า โจทย์ของรัฐบาลมี 2 มิติ คือ
1.ต้องการแก้ไขการพนันที่ผิดกฎหมาย
2.การสร้างเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่
ดังนั้น หากมีการขีดเส้นไว้ที่ 50 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบของกระทรวงการคลัง พบว่าคนที่มีเงินเกิน 50 ล้านบาท มีเพียง 10,000 บัญชีเท่านั้น ซึ่งจะเท่ากับเป็นการผลักคนอีก 70% ไปสู่การเล่นพนันใต้ดิน หรือตามแนวชายแดนแทน
ดังนั้นคลังจึงได้มีการปรับเกณฑ์เบื้องต้น โดยใช้เกณฑ์ดูเรื่องการชำระภาษีย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งจะทำให้ได้ผู้เล่นเพิ่มขึ้น และอยู่ในจุดที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส่วนเกณฑ์ค่าธรรมเนียมเข้าเล่น 5,000 บาทนั้น ยังคงมีอยู่
พร้อมระบุ ในร่างกฎหมายดังกล่าวได้ระบุสัดส่วนกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจรไว้ 10% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยืดหยุ่นแล้ว แต่อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วจะต้องขึ้นอยู่กับสภาฯ จะพิจารณาต่อไป

ทิฆัมพร อยู่กำเหนิด