NOBLE อวดยอดโอนปี 2567 โตสวนกระแส หนุนรายได้รวมแตะ 11,600 ล้านบาท

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2567 ออกมาเป็นที่น่าพอใจ แม้ภาวะเศรษฐกิจและภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ จากปัจจัยปัญหาหนี้ครัวเรือนและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง แต่บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมที่ 11,568 ล้านบาท เติบโต 16% เทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) จากยอดโอนและรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสุทธิ 432 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไร 0.32 บาท/หุ้น ลดลงจากปี 2566 ที่มีกำไร 910,432 ล้านบาท หรือ 0.66 บาท/หุ้น 

    

โดยในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวโครงการจำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 18,400 ล้านบาท โดยมีโครงการไฮไลท์คือ โครงการนิว เอปิค อโศก-พระราม9 คอนโด High Rise ใกล้ MRT พระราม 9 ที่มาพร้อมส่วนกลางใหญ่สุดในย่าน มูลค่าโครงการกว่า 13,000 ล้านบาท และปัจจุบันมียอดจองแล้วกว่า 55% ดันยอดขายโครงการ (Pre-sale) ณ สิ้นปี 2567 แตะระดับ 16,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% YoY นอกจากนี้ ยอดขายและยอดโอนของลูกค้าต่างชาติก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าหลักมาจากไต้หวัน จีน และเมียนมาในปี 2567 ที่ผ่านมาในโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ ยังมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี 

NOBLE  อวดยอดโอนปี 2567 โตสวนกระแส หนุนรายได้รวมแตะ 11,600 ล้านบาท

สรุปข่าว

ในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์ปี 2567 มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว ,นิว คอนเน็กซ์ คอนโด ดอนเมือง, นิว คอร์ คูคต สเตชัน และ นิว เมกา พลัส บางนา ซึ่งโครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ต้นปี ก็มีการโอนกรรมสิทธิ์แล้วกว่า 95% และในไตรมาส 4 ที่โครงการนิว คอร์ คูคต สเตชัน และโครงการนิว เมกา พลัส บางนา เริ่มโอน ก็สามารถกวาดยอดโอนรวมกัน 2 โครงการกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้รับอานิสงส์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน นอกจากนี้ ยังมีโครงการแนวราบมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยดันยอดโอนทั้งปีแตะ 11,237 ล้านบาท 


ด้าน นายศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวเสริมว่า ช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์ควบคุมพอร์ตโฟลิโอให้มีความเหมาะสม ทั้งในส่วนของแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมถึงการขยายพอร์ตไปยังกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นกลยุทธ์ที่ส่งผลดีกับบริษัทฯ โดยสิ้นปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้ที่รอการรับรู้ (Backlog) จำนวน 25,455 ล้านบาท และในปี 2568 มีโครงการที่สร้างเสร็จและจะเริ่มโอน 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการโนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ 2. โครงการนิว อีโว อารีย์ 3. โครงการโนเบิล ครีเอท และ 4. โครงการนิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 4 โครงการมี Backlog รวมกว่า 8,500 ล้านบาท

โดยเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดขาย (Pre-sales) ไว้ที่ระดับ 16,000 ล้านบาท มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 6,200 ล้านบาท โดยช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการเปิดโครงการนิว เรน แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นคอนโด Low Rise ใจกลางแจ้งวัฒนะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผู้สนใจเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเปิดตัว และเตรียมเปิดตัวโครงการนิว โคสต์ คูคต สเตชัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชายฝั่งทะเลเป็นแกนในการออกแบบ ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มคูคต มหานครให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยโครงการที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จอย่างมากใน 2 เฟสแรก 


และล่าสุดได้มีการเปิด KhuKhot Crossing Mall ซึ่งเป็น Commercial mall ที่อยู่ติดกับที่พักอาศัยและรถไฟฟ้า ช่วยเติมเต็มพื้นที่โครงการให้ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบายของผู้พักอาศัย นอกจากนี้ ภายในครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการแนวราบเพิ่มเติมอีก 2 โครงการ ได้แก่ นิว วูด เวสต์เกต และนิว สเคป บางนา


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยช่วงเดือนมกราคม 2568 บริษัทฯ ออกหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับเต็มจำนวน  และบริษัทเตรียมออกหุ้นกู้เพิ่มเติมกลางปี 2568 เพื่อสนับสนุนแผนการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน