สรุปข่าว
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสม 11 เดือนของปี 2567 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวน 83,219 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 (81,291 ราย)เพิ่มขึ้น 1,928 ราย (2.37%) ทุนจดทะเบียน262,850 ล้านบาท ลดลง 284,006 ล้านบาท (51.93%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 (546,856 ล้านบาท) สาเหตุที่ทุนจดทะเบียนลดลงอย่างผิดปกติสืบเนื่องจากปี 2566มีทุนจดทะเบียนสูงสุดในประวัติการณ์โดยมี 2 ธุรกิจที่ทุนจดทะเบียนเกิน 100,000 ล้านบาท ได้ควบรวมและแปรสภาพ อย่างไรก็ดี ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมามีการจัดตั้งธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนสูงเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 14 รายเช่น กิจการค้าส่งและค้าปลีก จำหน่ายแว่นตาและอุปกรณ์ และกิจการ Data Center
ส่วนการจัดตั้งธุรกิจใหม่เฉพาะเดือนพฤศจิกายน 2567 จดทะเบียน 6,266 ราย โตขึ้นร้อยละ 4.80 ซึ่งคาดว่าตลอดปี2567 จัดตั้งธุรกิจใหม่ใกล้แตะเป้าหมาย 9 หมื่นราย ขณะที่การลงทุนของชาวต่างชาติ 11 เดือน แตะ 2.14 แสนล้านบาท ญี่ปุ่น ยังครองแชมป์ลงทุนอันดับ 1 ในไทย
นอกจากนี้ การจดทะเบียนเลิกสะสม 11 เดือนของปี 2567 (มกราคม-พฤศจิกายน 2567) มีจำนวน 1.7หมื่อราย ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 อยู่ที่ 1.7 หมื่นราย ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 136,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,350 ล้านบาท ร้อยละ 26.32 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 อยู่ที่ 107,729 ล้านบาท
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับธุรกิจดาวรุ่ง ที่น่าจับตามอง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจกีฬาและการออกกำลังกาย // 2) กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและความบันเทิง3) กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4) กลุ่มธุรกิจ e-Commerce 5) กลุ่มธุรกิจการผลิตภาพยนตร์
สำหรับ 5 ธุรกิจที่เข้าสู่ภาวะถดถอย/ต้องเร่งปรับตัว ได้แก่ 1) ธุรกิจการผลิตเหล็ก โลหะมีค่า และอัญมณี 2) ธุรกิจร้านค้าส่งค้าปลีกแบบออฟไลน์ (ร้านค้าโชห่วย) 3) ธุรกิจสื่อและการประชาสัมพันธ์แบบออฟไลน์ ได้แก่ ธุรกิจพิมพ์หนังสือพิมพ์และวารสาร 4) ธุรกิจแปรรูปสินค้าทางการเกษตร 5) ธุรกิจตัวแทนและนายหน้า
ที่มา TNN
ที่มาข้อมูล : -